รู้ทัน “แรงเงา”

      จากเหตุสลดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา กรณี ด.ญ.อายุ 8 ขวบ ใช้เศษผ้าและเชือกมาผูกเป็นห่วงแขวนคอตัวเองกับต้นหูกวาง เลียนแบบฉากผูกคอตายในละครเรื่องแรงเงามีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ตามมาต่าง ๆนานา รัฐบาลไม่ควบคุมละคร พ่อแม่ไม่ใส่ใจดูแลลูกเอง หรือจรรยาบรรณของสื่อ โดยเฉพาะอย่างหลังนี้ นับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลังอำนาจต่อเยาวชนในยุคปัจจุบัน จากงานวิจัยชิ้นนึงพบว่า ท่ามกลางครัวเรือนไทย 96% ที่มี โทรทัศน์ ร้อยละ 71 ของข่าวสารทางโทรทัศน์และวิทยุ เป็น “ข่าวร้าย” หรือเรื่องที่ชวนให้รู้สึกหมดหนทางต่อสู้ (helplessness – invoking) ในขณะที่ “ข่าวดี”หรือเรื่องที่ชวนให้มีความหวังมีเพียงร้อยละ 12 เช่นกันกับที่”โครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย” โดย พญ. จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ พบว่า

– เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ชมภาพความรุนแรงวันละ 501 ครั้ง

– เด็กประถมทั้งชาย-หญิง ชมรายการการ์ตูนที่เน้นไปในทางเพศเป็นอันดับ 1 ชมละคร อันดับ 2 และชมรายการเกมโชว์ เป็นอันดับ 3

– วัยรุ่นทั้งหญิง-ชาย ชมละครอันดับ 1 เกมโชว์อันดับ 2 และเพลงอันดับ 3

– วัยรุ่นหญิงที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยใช้เวลาดูโทรทัศน์เฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง

– เด็กๆ ทั่วไปใช้เวลาเรียนหนังสือในโรงเรียนปีละ 900 – 1,000 ชั่วโมง ในขณะที่ใช้เวลาดูโทรทัศน์ ปีละ 1,000 – 1,200 ชั่วโมง

– เว็บไซต์ที่มีทั่วโลก 7 ล้านเว็บ เป็นเว็บโป๊ 2 ล้านเว็บ โดยเด็ก 1 ใน 5 ทั่วโลกใช้อินเตอร์เน็ตได้รับเมล์ที่ส่อการล่อลวงทางเพศ

จากข้อมูลดังกล่าว คงทำให้เห็นถึงความสำคัญและพลังอำนาจของสื่อในยุคปัจจุบันว่ามีมากเพียงใด แต่ใช่ว่าทุกสื่อจะเป็นสื่อที่ดีมีคุณภาพ นำเสนอโดยนึกถึงคนดูเป็นที่ตั้งด้วยพื้นฐานของจรรยาบรรณวิชาชีพ ยิ่งวงการสื่อเติบโตมากเพียงใดการแข่งขันทางธุรกิจก็สูงตามมาเช่นกัน นั้นทำให้บางครั้งสื่อก็ขาดการคิดไตร่ตรองว่าสื่อมีหน้าที่รับใช้ประชาชน แต่หันไปรับใช้นักธุรกิจหรือนักการเมืองแทน ผู้ที่ต้องตกเป็นเหยื่อก็คือประชาชน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้เท่าทันสื่อยุคปัจจุบัน

ในงานวิจัยชิ้นเดียวกันยังระบุว่าเราจะรู้เท่าทันสื่อได้ ต้องรู้จักทั้งตัวสื่อและตัวเรา ธรรมชาติของสื่อ และธรรมชาติของตัวเราเองธรรมชาติของสื่อ โปรดระลึกไว้ว่า สื่อ คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และมีจุดประสงค์ ในแง่ประโยชน์ของผู้สร้างอยู่ในนั้นเสมอ

ธรรมชาติของตัวเราพึงระลึกไว้ว่า แต่ละตนมีจริตจิตใจในแบบของตัวเอง แบ่งได้ง่ายๆเป็นสามแบบคือ โลภะ โทสะ และ โมหะ ความสำคัญของการรู้ธรรมชาติของตัวเองก็คือ การรู้ว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร เพราะสิ่งที่อันตรายคือการหลงให้ความสำคัญอย่างไร้สติ ฉะนั้นตราบใดที่เรายังไม่รู้เท่าทันตัวเอง การจะไปรู้เท่าทันสิ่งอี่นโดยเฉพาะสื่อ ก็เป็นสิ่งที่ยากลำบากยิ่ง

ถ้าเมื่อไหร่ที่สิ่งที่เราได้รับจากสื่อ ทำให้จิตใจรู้สึกไม่ปกติ อาจจะทุกข์หรือสุขจนเกินไป ให้ระวังไว้ว่า “คุณอาจกำลังโดนสื่อเสพ” สื่อนั้นจะกลายเป็นโทษแทนประโยชน์

ในทางกลับกันถ้า “คุณกำลังเสพสื่อ” คุณจะรู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากสื่อที่ได้รับอยู่เสมอ ต่อมาจะรู้สึกว่า สื่อจะเป็นอย่างไรคงไม่สำคัญเท่าเราได้เรียนรู้อะไรจากสื่อนั้น

ดังกรณีนี้ เมื่อรู้แล้วว่าการนำเสนอที่ถูกการกลั่นกรองมาอย่างไม่รอบคอบ ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงมากเพียงใด ทุกพากส่วนก็ต้องหันกลับมาให้ความสำคัญ รัฐต้องตรวจสอบควบคุมสื่อสื่อต้องนำเสนออย่างมีจรรยาบรรณ ผู้ปกครองต้องดูแลเอาใจใส่ลูกหลาน เยาวชนต้องรู้เท่าทันสื่อ ถ้าเป็นเช่นนี้สังคมก็จะมีเกราะป้องกันที่เข้มแข็งที่ไม่ว่าเรื่องร้ายใดจะทำร้ายคนในสังคมได้

ที่มา:  http://www.dmh.go.th/news/

ที่มาของภาพ: http://www.mgr.manager.co.th

By sarawutlapa

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s