“บ้านนกขมิ้น” บ้านหลังเดียวของฉัน

บทคัดย่อ สรุปเรื่องราว

เด็กเร่ร่อน ที่ไม่ว่าจะถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ไม่มีคนดูแล ถูกทำร้าย หนีออกจากบ้านและติดยาเสพติด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทวีเพิ่มมากขึ้น เด็กๆเหล่านี้มีความบอบช้ำทางร่างกาย แต่ก็ยังไม่เท่ากับความทารุณทางจิตใจ ที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวจากปัญหาเหล่านี้ แต่ก็ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เด็กๆ เหล่านี้จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ ได้รับความรักจากครอบครัวที่อบอุ่น ที่แห่งนั้นคือ “มูลนิธิบ้านนกขมิ้น”

มูลนิธิบ้านนกขมิ้นก่อตั้งขึ้นเมือพ.ศ. 2532 โดยดำเนินการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า และเด็กถูกทอดทิ้งเนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถดูแลได้ บ้านนกขมิ้นจึงเป็นบ้านที่จำลองทุกอย่างให้เหมือนกับบ้านหรือครอบครัวโดยทั่วไปให้มากที่สุด เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนโดยร่วมมือกับโรงเรียน รัฐบาล สนับสนุนให้การฝึกอาชีพตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ อบรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่เด็กและเยาวชน ดำเนินการเพื่อสาธารณ ประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น

มูลนิธิบ้านให้ชีวิตใหม่กับเด็กจนปัจจุบันเด็กได้รับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เช่น จบการศึกษา มีงานทำ ช่วยเหลือตนเอง และบางคนได้มาช่วยเหลือน้องๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นด้วยเป็นการพัฒนาจากจุดเล็กคือครอบครัว และเมื่อเด็กสามารถที่จะอยู่ในสังคมได้ จึงนับว่ามีส่วนช่วยเหลือสังคมในภาพรวม ปัจจุบันมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมีบ้านให้การดูแลเด็กทั้งหมด 15 หลัง มีสวนเกษตรที่จังหวัดสุโขทัย และเรามีเป้าหมายในการขยายโครงการต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันปัญหาเรื่องเด็กเร่ร่อนดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และส่วนทางกับปริมาณของงบประมาณและทรัพยากรในการบริหารจัดการ จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทย ทำให้มูลนิธิฯได้รับการบริจาคที่ลดลง แต่ราคาอาหารและค่าครองชีพกลับสูงขึ้น ส่งผลให้มูลนิธิฯขาดแคลนงบประมาณที่เพียงพอในการจัดสรรค่าอาหารให้กับเด็กๆ อีกทั้งยังไม่สามารถช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้งในประเทศไทยเพิ่ม แล้วชีวิตของเด็กเร่ร่อนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร หากวันนี้ยังไม่มีเงินบริจาคจากผู้ใจบุญ หรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ความฝันของเด็กน้อยก็คงจะมอดดับไปพร้อมกับปัญหาที่จะยังอยู่ต่อไป

เหตุผลประกอบในการเสนอเรื่องราว

เด็กเร่ร่อน ปัญหาที่ดูคล้ายจะไกลตัวแต่แท้ที่จริงเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นใครในชุมชน ในสังคม ต่างก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ป้องกันการเร่รอนของเด็ก หรือจะกลายเป็นผู้ผลักดันผลักไสเด็กให้ออกมาสู่ถนนเพื่อเป็นเด็กเร่ร่อน หากช่วยเหลือพวกเขาได้แม้เพียงนิดก็จะเป็นการช่วยเด็กคนหนึ่งให้รอดจากการตกเป็นเหยื่อของสังคม ในขณะนี้ก็มีเพียงมูลนิธิหรือองค์กรพัฒนาทั้งเอกชนและของรัฐเท่านั้น ที่ค่อยช่วยเหลือเด็กและดูแลเรื่องนี้โดยตรง และในฐานะนักศึกษาสื่อสารมวล สิ่งที่พอจะทำได้ดีที่สุดคือ เป็นกระบอกเสียงบอกต่อสภาพความเป็นจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเพื่อให้ ประชาชนได้ตระหนักและหันมามองปัญหานี้อย่างจริงจัง จึงเกิดผลงานชิ้นนี้ขึ้น

การตั้งชื่อเรื่องที่จะทำ

“บ้านนกขมิ้น” บ้านหลังน้อยของเด็กเร่ร่อน มาจากความรู้สึกของเด็กในบ้านหลังนี้ ที่พวกเขารู้สึกว่าที่นี้คือ บ้าน ของพวกเขาอย่างแท้จริง สำหรับพวกเขาแล้วจะมีซักกี่ที่ ที่พวกเขาจาสามารถเรียกว่าบ้านได้เต็มปาก จึงอยากจะสื่อว่าให้เห็นว่า บ้านนกขมิ้นแห่งนี้ เป็นบ้านของเด็กเร่ร่อนที่สร้างมาเพื่อพวกเขาจริงๆ

วัตถุประสงค์ในการเสนอผลงาน

1. สร้างความเข้าใจและให้ความรู้เกี่ยวกับ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ให้กับสังคม

2. สร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในมูลนิธินกขมิ้น และสถานการณ์ปัญหาในองค์กรช่วยเหลือเด็กทั่วปะเทศ ให้กับสังคม

ประเด็นหลัก

1. ทำความรู้จักกับ “บ้านนกขมิ้น”

2. ปัญหาที่เกิดขึ้นกับมูลนิธินกขมิ้นและองค์กรช่วยเหลือเด็กทั่วประเทศคือ ปัญหาขาดงบประมาณในการดูแลเด็ก

 ประเด็นเสริม หรือ ประเด็นที่มาสนับสนุนเรื่อง

1. ชีวิตของครู หรือ อาสาสมัครในบ้านนกขมิ้น

2. ทางออกของปัญหาเรื่องงบประมาณขาดแคลนที่เกิดขึ้นในบ้านนกขมิ้น

คุณค่าของผลงานต่อสังคม

เด็กเหล่านี้มีต้นทุนชีวิตที่ติดลบ หน้าที่ของเราทุกคนก็คือการทำให้เขามีต้นทุนชีวิตเหมือนกับเด็กทั่วไป เพราะเด็กกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกว่าประเทศจะพัฒนาไปทางไหน เด็กเหล่านี้ถ้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการพัฒนาที่ดี เขาก็จะเป็นทรัพยากรผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางสังคมที่ดีด้วย และที่สำคัญผมคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กเร่ร่อน เด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กที่ถูกทอดทิ้ง ฯลฯ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและเข้าถึงได้ยาก ซึ่งหน้าที่ขององค์กรพัฒนาเอกชนก็คือการดูแลเด็กกลุ่มนี้ให้ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกับเด็กกลุ่มอื่นในสังคมเพราะเขาเป็นทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ถ้าองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำหน้าที่เหล่านี้อยู่ไม่ได้และจำเป็นต้องยุติโครงการไป แล้วเด็กกลุ่มนี้จะไปอยู่ที่ไหน ดังนั้น งานชิ้นนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ โดยการเป็นกระสะท้อนมุมเล็กๆในสังคม เพื่อให้ประชาชนมองเห็นได้ชัดขึ้นและตระหนักถึงปัญหา จนนำมาซึ่งการแก้ไขในอนาคต อีกทั้งยังเป็นเสมือนกำลังใจสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหรือแม้แต่ตัวเด็กเองว่า สังคมไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา ให้พวกเขามีพลังในการทำงานและดำเนินชีวิตด้วยความหวังต่อไป

กำหนดแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนวคำถามสัมภาษณ์แหล่งข่าวทุกคน

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง

1. ผู้อำนวยการมูลนิธิ บ้านนกขมิ้น

– เด็กที่บ้านนกขมิ้นเป็นเด็กที่มาจากที่ใดบ้าง และมีลักษณะอย่างไร?

– มีแนวทางดำเนินงาน / กิจกรรมในบ้านอย่างไรบ้าง?

– หลังจากที่เด็กได้เข้ามารับการดูแลจากบ้านนกขมิ้นเป็นอย่างไร?

– ค่าใช้จ่ายในบ้านมีอะไรบ้าง?

– มีปัญหาอะไรบ้างในการดำเนินงาน?

2. ครูที่ดูแลเด็กในบ้านนกขมิ้น

– ทำไมถึงเลือกที่จะมาทำงานตรงนี้?

– การดูแลเด็กที่นี่มีปัญหาอะไรบ้าง?

– คุณครูได้อะไรจากการมาทำงานตรงนี้?

3. นางสาวทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว) นักวิจัยโครงการ ถอดบทเรียนบ้านแรกรับและบ้านพัฒนาสำหรับเด็กเร่ร่อน

– “บ้าน” ซึ่งทำหน้าที่ในการดูแลเด็กเร่ร่อนทั่วประเทศในขณะนี้มีกี่ประเภท?

– “บ้าน” ที่ดูแลเด็กเร่ร่อนทั่วประเทศแบ่งเป็นของภาครัฐกี่แห่งและขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) กี่แห่ง?

– “บ้าน” แต่ละแห่งใช้งบประมาณในการดำเนินงานเดือนละเท่าไหร่?

– เพราะเหตุใดรัฐจึงต้องเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนในการดูแลเด็กเร่ร่อน?

– การขอรับความสนับสนุนด้านงบประมาณจากภาครัฐ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

4. เด็กเร่ร่อนที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิ บ้านนกขมิ้น

– เข้ามาที่บ้านนกขมิ้นได้ยังไง?

– มาครั้งแรกรู้สึกอย่างไร?

– อยู่ที่นี้ เราทำอะไร?

– ที่นี้ให้อะไรกับตัวน้องบ้าง?

– โตขึ้นอยากเป็นอะไร?

อธิบายลักษณะของคำถามที่ใช้

คำถามปลายเปิด คือเป็นคำถามที่ผู้ตอบ ตอบได้อย่างอิสระ ไม่กำหนดคำตอบตายตัว คือเปิดโอกาสให้ผู้ถูกถามได้อธิบาย หรือพูดถึงแนวความคิดของตัวเองได้อย่างอิสระ

คำถามหยั่ง คือคำถามที่หยั่งลึกลงไป เพื่อหยั่งหาเหตุผล ของผู้ถูกถาม

การใช้ภาษาในการถาม ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของแหล่งข่าวว่าอยู่ในลักษณะใด ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิใด และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อาจจะกระทบกับความรู้สึกได้ง่าย ก็ต้องระมัดระวังภาษาในการถาม

ข้อมูลประกอบอื่น ๆ และเบื้องหลังการผลิตผลงาน

http://www.baannokkamin.net/36483585363736563618362335853633361036103657363436093609358535863617363636573609.html

http://sharingsociety.org/autopagev4/show_page.php?topic_id=135&auto_id=5&TopicPk=126

http://ppvoice2009.thainhf.org/index.php?module=article&show=detail&id=1130

http://thipnipaja.blogspot.com/2012/06/blog-post.html

http://tvthainetwork.com/2010/board/index.php?topic=3075.0

http://www.dailynews.co.th/thailand/18492

เบื้องหลังการผลิตผลงาน

ที่มาภาพ : http://www.notebook4game.com/web/wp-content/uploads/2011/09/IMG_1850.jpg

By sarawutlapa

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s