ยาเสพติด

ยาเสพติด

โครงสร้าง

เริ่มด้วยการเกริ่นเนื้อเรื่อง คือปัญหาของยาเสพติด หลังจากนั้นจะเป็นข้อมูลของงานทั้ง 8 กลุ่ม เริ่มที่ จุดอันตรายในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดปทุมธานี, ยาไอซ์และแนวโน้มความนิยมของวัยรุ่น, เส้นทางอาชญากรรมเยาวชนอาชีวะ, ข้าราชการที่พัวพันกับยาเสพติด, แพะรับบาป, งบประมาณเงินอุดหนุนด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด, โครงการค่ายบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด และสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด

Rewrite ปัญหาเยาวชนกับยาเสพติดในพื้นที่ปทุมธานี

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานในประเทศไทย และดูเหมือนว่ารัฐบาลหลายสมัยที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้ แต่ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จและไม่เคยปราบปรามไปได้หมดเลยสักครั้ง

จังหวัดปทุมธานีก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีอัตราการเกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเยอะมาก เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีนั้นเป็นบริเวณปริมณฑลและอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานครฯ จึงมีคดีมากมายที่เกี่ยวกับยาเสพติดเกิดขึ้นที่นี้ ส่วนหนึ่งคงมาจากจังหวัดปทุมธานีเองเป็นพื้นที่ที่เป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติด จึงกลายเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่จะเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับยาเสพติดบ่อยมาก

จังหวัดปทุมธานีเองเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงในการที่จะพบเจอปัญหายาเสพติดมากที่สุดอีกจังหวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ 7 อำเภอ คือ 1. อำเภอเมืองปทุมธานี สภาพปัญหาที่พบคือ การค้า และแพร่ระบาด 2. อำเภอคลองหลวง สภาพปัญหาที่พบคือ มีการลำเลียง พักยา การค้าและ แพร่ระบาด 3. อำเภอธัญบุรี สภาพปัญหาที่พบ คือ มีการลำเลียง พักยา การค้า และการแพร่ระบาด 4. อำเภอลำลูกกา สภาพปัญหา ที่พบคือ มีการลำเลียง การค้า แพร่ระบาด 5. อำเภอลาดหลุมแก้ว สภาพปัญหาที่พบคือ มีการลำเลียง การค้า แพร่ระบาด 6. อำเภอสามโคก สภาพปัญหาที่พบคือ มีการลำเลียง การค้า แพร่ระบาด 7. อำเภอหนองเสือ สภาพปัญหาที่พบคือ การค้า และแพร่ระบาด ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จำเป้ฯที่จะต้องจับตาเผ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่อำเภอคลองหลวง ที่มีสถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีจำนวนนักศึกษาอยู่มาก จึงมีความเสี่ยงและเป็นพื้นที่อันตรายมากที่สุด

สำหรับยาเสพติดที่มีความเสี่ยงว่าจะมีแนวโน้มการเสพเพิ่มมากขึ้นคงจะเป็น “ยาไอซ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของนักศึกษา ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเขตพื้นที่อำเภอคอลงหลวงที่มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาถึง 2 สถาบันนั้น เนื่องจาามีความเชื่อที่ว่าการเสพยาไอซ์จะทำให้ผอม ผิวสวย ขาวใสและหุ่นดีขึ้น ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ เพราะนอกจากยาไอซ์จะมีราคาสูงถึงกรัมละ 2,000 – 4,000 บาทแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากกว่าคนทั่วไปอีกหลายเท่าตัว

ซึ่งจากการพบว่ามีการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่มีจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จะพบว่าล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้าแสถานที่ที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมพบปะสังสรรค์กัน เมื่อเกิดการรวมกลุ่มกันแล้วก็จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีก็คือ การทะเลาะวิวาทและยกพวกตีกันของกลุ่มเยาวชน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากกลุ่มเยาวชนเหล่านั้น มักจะมีอาวุธปืนเข้ามาด้วยเสมอ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมเยาวชนเหล่านั้นถึงสามารถพกพาอาวุธปืนได้ หรือว่ามันสามารถหาได้ง่ายดายมาก

สาเหตุอย่างหนึ่งที่คงพอจะเป็นคำตอบสำหรับเรื่องเหล่านี้ได้ก็คงหนีไม่พ้นยาเสพติด การเดินทางเข้าสู่เส้นทางนั้นก็เริ่มต้นจากการนำเงินไปซื้อยาเสพติดให้กับคนรู้จัก หลังจากนั้นก็จะมีวิธีการหาเงินจากทางด้านอื่น ๆ อย่างเช่น การพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนันฟุตบอล ซึ่งสามารถพบเจอได้ง่ายมาก หากเลวร้ายไปกว่านั้นก็คือการเป็นโจร เริ่มจากการหาเงินโดยการขโมยทรัพย์สินของคนในครอบครัว และไปจนถึงการขโมยของผู้อื่น เพื่อหาเงินมาเสพยาเสพติดหรือซื้ออาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยอาจจะซื้อได้จากกลุ่มคนในวงการที่ทำเรื่องผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน

เมื่อมีการพบปะพบเจอกับกลุ่มคนมากมายที่เกี่ยวข้องกันในเรื่องยาเสพติดมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาก็คือการเข้าไปพัวพันกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นข้าราชการในพื้นที่นั้น อย่างเช่น อบจ. หรือข้าราชการทหารหรือตำรวจ โดยที่ส่วนใหญ่ที่พบและสามารถจับกุมได้นั้นจะพบมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท โดยกลุ่มข้าราชการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการกระทำผิดที่เกิดจากเยาวชนทั้งสิ้น

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการแจ้งเข้ามาอีกว่าในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีนั้น พบว่ามีข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่หักเงินงบประมาณในการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดสูงถึง 30% ทำให้งบประมาณที่ลงไปสู่พื้นที่จริง ๆ นั้นเหลือน้อยลง และเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ เพราะนอกจากงบประมาณไม่เพียงพอแล้ว ผู้มีอำนาจเองก็ยังให้การสนับสนุนการกระทำผิดเหล่านี้อีกด้วย

เมื่อหน่วยงานมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดแล้ว ย่อมแน่นอนว่าเจ้าหน้าที่เองก็ต้องทำหน้าที่ในการรักษาความถูกต้องอีกด้วย เมื่อหน้าที่ทั้ง 2 ขัดแย้งกัน สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ การทำให้เรื่องผิดกลายเป็นถูก โดยการหาแพะรับบาปในการโยนความผิดที่เกิดขึ้น และกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุดก็คือกลุ่มของเยาวชนที่หลงผิดได้ง่าย สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ก็มีเยอะแยะมากมาย นอกจากนั้นแล้วในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีนั้น กลุ่มที่มีความเสี่ยงอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของแรงงานต่างชาติ ที่ชอบรวมกลุ่มกันมั่วสุม จึงเป็นที่มาที่ว่าทำไมตำรวจจึงชอบจับแรงงานต่างด้าวในข้อหาค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะผิดจริงหรือไม่มีความผิดใด ๆ

และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมานั้น รัฐบาลเองก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่มีความจำเป้ฯเป็ฯอย่าวงมากก็คือเรื่องของเงินงบประมาณสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้จัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีจุดมุ่งหมายเพื่อยับยั้งและกำจัดยาเสพติดให้หมดไป

ถึงแม้ว่าจะมีการโกงเงินงบประมาณที่รัฐบาลให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันบ้าง แต่งบประมาณอันน้อยนิดที่ไปถึงผู้ปฏิบัติงานก็แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่หมดอยู่ดี ในปีหนึ่ง ๆ รัฐบาลต้องเสียเงินงบประมาณแผ่นดินไปกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวถึง 2,000 กว่าล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มหาศาล แต่ก็ยังมาสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างจริงจังอยู่ดี

และแน่นอนว่าเงินงบประมาณที่ได้มานั้นส่วนหนึ่งก็ถูกนำมาใช้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ซึ่งในจังหวัดปทุมธานีเองก็คือ ค่ายบำบัดฟื้นฟูสรรถภาพผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดลาดหลุมแก้ว เป็นศูนย์ควบคุมแห่งเดียวในสังกัดกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ 3 ตำลบคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีเป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานด้านการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของบุคลากรตามกฎหมาย บังคับบำบัดภาย ในปี พ.ศ.2556 โดยมีพันธกิจหลักคือการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอย่างมีมาตรฐาน ส่งเสริมและสนับสนุนการนำครอบ-ครัวและเครือข่ายชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูฯสงเคราะห์ผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯ ทั้งในระหว่างและหลังพ้นการฟื้นฟูฯ ซึ่งสะดวกต่อเยาวชนที่กระทำผิดและต้องการเข้ารับการบำบัด เพราะที่ศูนย์แห่งนี้เคยทำการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดห้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติแล้วถึงจำนวน 1,574 คน

นอกจากโครงการบำบัดฟื้นฟูของค่ายบำบัดฟื้นฟูสรรถภาพผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดลาดหลุมแก้วแล้ว ยังมีสถานบำบัดผู้ติดยาอื่น ๆ อีกมามายในเขตพื้นที่ปทุมธานี บำบัดรักษา คือ รพ.คลองหลวง ,รพ.ธัญญารักษ์ ,รพ.ธัญบุรี ,รพ.ปทุมธานี ,รพ.ประชาธิปัตย์ ,รพ.ลาดหลุมแก้ว ,รพ.ลำลูกกา ,รพ.สามโคก ,รพ.หนองเสือ ,รพ.รังสิต ,คลินิกพิศาลบุตร ,และศูนย์ฟื้นฟูชีวิตผู้ติดยาเสพติดคอมมูนิต้าอินคอนโทร ซึ่งผู้ที่เข้ามารับการบำบัดนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ กลุ่มผู้ที่มีความสมัครใจจะบำบัดและไม่สมัครใจบำบัด ซึ่งระยะในการบำบัดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าเป็นอย่างไร มีอาการแทรกซ้อนหรือมีอาการทางจิตร่วมด้วยหรือไม่

ปัจจุบัน “การบำบัดรักษา” ถือเป็นทางเลือกสำคัญที่บุคคลใกล้ชิด ควรแนะนำกับผู้ป่วยยาเสพติด ไม่เพียงดีกับสุขภาพ แต่ยังรวมถึงอนาคตที่จะมีโอกาสกลับคืนสู่สังคมไปใช้ชีวิตตามปกติด้วย

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ยาเสพติดเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวอย่างมาก ถึงแม่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงกับผู้ที่ไม่ได้เสพหรือค้า แต่หากมองให้ลึกซึ้งมันก็อยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเสี่ยงก็คือเหล่าเยาวชน เพราะในจังหวัดปทุมธานีนั้นมีสถานศึกษาและหอพักอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเข้าไปพัวพันทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญและดูแลเยาวชนอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสังคมอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกด้วย

 

By sarawutlapa

ฉีดน้ำมันมะกอกทำจู่เน่า

สยองหมอตัดจู๋เน่าฉีดน้ำมันมะกอก

Source – เว็บไซต์เดลินิวส์ (Th)

Tuesday, November 13, 2012 10:30

37339 XTHAI XGEN XETHIC V%NETNEWS P%WDN

สุดสยอง หนุ่มใหญ่วัย 50 อยากมีมังกรอลังการ ดอดไปฉีดน้ำมันมะกอก หลัง5ปีเริ่มเน่าเป็นมะเร็งก้อนเท่าลูกมะพร้าว

วันนี้ (12พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่ามีคนไข้มาทำการรักษาอยู่ที่รพ.ตำรวจ หลังจากไปฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศ ที่คลินิกเถื่อน ต่อมากลายเป็นบาดแผลเน่าจนลุกลามเป็นมะเร็งที่แผลดังกล่าว จึงรุดไปตรวจสอบพบ นาย เชน (นามสมมติ)อายุ 50 ปี เหยื่อรายดังกล่าวนอนพักรักษาตัวภายหลังจากการผ่าตัดเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่าน มาจากการสอบถามแพทย์เจ้าของไข้ ร.ต.อ.สุรัติ กิตติศุภพร นพ. (สบ2) สำนักงานศัลยกรรม รพ.ตำรวจ เปิดเผยว่าได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจให้ทำการรักษาคนไข้ โดยคนไข้ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปฉีดน้ำมันมะกอกเข้าที่อวัยวะเพศกับเพื่อนอีก 4 คน เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ที่คลีนิกเถื่อนแห่งหนึ่งเพียงเพื่อต้องการให้ขนาดของอวัยวะเพศใหญ่ขึ้นสมชายชาตรี

ร.ต.อ.สุรัติ กล่าวต่อว่า ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอวันยะเพศก็ยังคงใช้งานได้ดี จนกระทั่งช่วง 6 เดือนก่อน เริ่มมีเกิดแผลเรื้อรังที่บริเวณหนังขององคชาตและลุกลามใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในตอนนั้นไม่ได้ทำการรักษาเนื่องจากเกิดความอับอายไม่กล้าไปหาหมอ สุดท้ายทนไม่ไหวเนื่องจากบาดแผลเริ่มใหญ่ขึ้นและส่งกลิ่นเหม็นเน่า จึงได้ไปรักษาที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ทางแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาหนังหุ้มออกปรากฏว่าภายในมีเนื้องอกขนาดใหญ่อยู่ แพทย์จึงแนะนำคนไข้ไปทำการรักษาที่รพ.ของรัฐเนื่องจากมีค่ารักษาพยาบาลน้อยกว่าจึงได้ส่งตัวมารักษาต่อที่รพ.ตำรวจ โดยเบื้องต้นทางแพทย์ของรพ.ตำรวจได้ทำการประเมินจากแผลที่เรื้อรังดังกล่าว ว่าไม่ใช่แผลธรรมดาเพราะมีขนาดใหญ่มาก ตั้งแต่บริเวณกินไปถึงหน้าท้องส่วนล่างจนไปถึงถุงอัณฑะส่วนล่างประมาณลูกมะพร้าว 1 ลูกประกอบกับบาดแผลส่งกลิ่นเหม็นมาก เนื่องจากมีเชื้อมะเร็ง ทางแพทย์จึงลงความเห็นให้ทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อส่วนที่เป็นแผลออกทั้งหมด

ร.ต.อ.สุรัติ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนท่อปัสสาวะ ทางแพทย์ได้ทำการผ่าตัดย้ายไปไว้ที่ทวาร ซึ่งสามารถกลั้นปัสสาวะได้ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ เบื้องต้นทางแพทย์จะต้องทำการตรวจสอบชิ้นเนื้อบริเวณใกล้เคียงบาดแผลเพิ่มเติมว่ามีเชื้อมะเร็งที่จะเรื้อรังอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นไปได้สูงที่เชื้อมะเร็งจะลุกลามได้ ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดกรณีดังกล่าว เนื่องจากคนไข้ไปทำการฉีดน้ำมันมะกอกซึ่งการฉีดเข้าไปในผิวหนังของอวัยวะเพศแล้วกลายเป็นพังผืดเกาะอยู่ด้านในทำให้เกิดการเรื้อรัง จึงทำให้คนไข้มองไม่เห็น พอมาทราบอีกทีก็เป็นมะเร็งก็สายไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปถึงบรรดาผู้ชายที่คิดจะไปฉีดน้ำมันมะกอกเข้าไปในอวัยวะเพศเพื่อให้ขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสิ่งที่ผิดและอันตรายมาก ซึ่งการฉีดเข้าไปสามารถทำให้ไม่สามารถรับรู้อารมณ์ทางเพศอีกด้วย อีกทั้งควรที่จะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์เสียใหม่ว่าควรทำอย่างไรฝ่ายหญิงจะพึงพอใจ ซึ่งเรื่องของขนาดอาจไม่ใช่สิ่งที่ฝ่ายหญิงพึงพอใจเสมอไป

ด้านพ.อ.(พิเศษ) นพ.พูนเกียรติ เรืองโภคา นายทหารปฏิบัติราชการพิเศษ กรมแพทย์ทหารบก ช่วยราชการกองศัลยกรรม รพ.พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า การฉีดอวัยวะเพศใหม่ ๆ อาจจะยังไม่เกิดปัญหาอะไร แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีปัญหา เพราะร่างกายจะต่อต้านสิ่งแปลกปลอม โดยบริเวณผิวหนังมีเส้นเลือดไปเลี้ยง สารแปลกปลอมก็ขวางกั้นสร้างพังผืด หนา แข็ง รูดหนังหุ้มปลายก็ไม่ได้ หมักหมมความสกปรก เวลาใช้งานอาจเกิดบาดแผล ถ้าบาดแผลมีเลือดมาเลี้ยงก็สามารถหายได้ แต่ถ้าเลือดมาเลี้ยงไม่ได้ เพราะมีพังผืด แผลจะอักเสบเรื้อรัง ติดเชื้อ บางคนฉีดไปแล้วดูจากอวัยวะเพศจากภายนอกอาจเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ข้างในจะมีปัญหามาก โดยเฉพาะถ้าฉีดแบบสกปรกอาจทำให้เกิดการอักเสบตั้งแต่ต้น อยากบอกว่า ฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปแล้ว อวัยวะเพศดูเหมือนแข็งก็จริงแต่เป็นการแข็งที่ผิดธรรมชาติ แข็งจากสารที่ฉีดเข้าไป เวลามีเซ็กซ์อาจเกิดแผลได้ง่าย ถ้าคนไข้ใช้สิทธิ์ประกันสังคม จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะเป็นการทำศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศ .

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

 

ช็อกโจ๋ไทยวัย18ปีฮิตฉีดมังกร หมอผุดศูนย์รับรักษา’เน่า’

Source – เดลินิวส์ (Th)

Thursday, November 15, 2012 05:51

44785 XTHAI XFRONT MIDD DAS V%PAPERL P%DND

แพทย์ใหญ่เผย พร้อมตั้งทีมรอรักษาบรรดาหนุ่มมังกรเน่า หากไปทำมาแล้วไม่แน่ใจมาปรึกษาได้ ตะลึงสถิติพบเด็กวัยรุ่นชอบฉีดเพิ่มขนาดมากสุด ยันเข้าใจผิดเรื่องขนาดไม่ทำให้ฝ่ายหญิงพึงพอใจ ชี้ กระบอกสุญญากาศ ยาเพิ่มสมรรถภาพ ไม่สามารถทำให้ใหญ่ขึ้นได้ แถมกินนานไปอาจโด่ไม่รู้ล้ม ทำจ้าวโลกเน่าได้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ (สบ6) นักวิชาการทางการแพทย์สาขาศัลยศาสตร์ ร.ต.อ.นพ.สุรัติ กิตติศุภพร นายแพทย์ (สบ2) ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ร่วมแถลงข่าวผลเสียกรณีฉีดยาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ของนายเชน (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี คนไข้ที่มารักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ หลังฉีดน้ำมันมะกอกกับคลินิกเถื่อน ต่อมากลายเป็นบาดแผลเน่า ลุกลามเป็นมะเร็ง

โดย พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ อยากจะให้เป็นบทเรียนกับประชาชนที่ไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้ และหลงผิดไปฉีดอวัยวะเพศให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ผู้หญิงพึงพอใจ ความจริงขนาดไม่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจของผู้หญิง แต่การทำให้อวัยวะเพศใหญ่ จะทำให้เกิดผลเสียมากขึ้น จึงอยากเตือนผู้ชายที่ไปทำมาแล้ว หากไม่แน่ใจหรือมีความกังวล ขอแนะนำให้มาปรึกษากับแพทย์ รพ.ตำรวจ ทาง รพ.ยินดีที่จะจัดทีมแพทย์แก้ไขให้ ถ้าหากไปทำมาแล้วไม่ดี ก็จะแก้ไขได้ทัน เพราะหากทิ้งไว้นานจะกลายเป็นพังผืดและลุกลามเป็นมะเร็งได้ ก็คงขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เครื่องสุญญากาศและยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ไม่มีคุณสมบัติทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้นเลย แต่จะใช้กับผู้ที่มีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเท่านั้น และหากรับประทานไปเป็นจำนวนมาก จะเกิดผลเสียตามมา เช่น อวัยวะเพศแข็งตัวไม่ยอมหด เพราะเลือดไหลเวียนไม่สะดวก สุดท้ายอวัยวะเพศเน่าและต้องผ่าตัด

ด้าน ร.ต.อ.นพ.สุรัติ กล่าวว่า การฉีดขยายอวัยวะเพศกับโรคมะเร็งเป็นคนละเรื่องกัน การฉีดเพื่อนำสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายนั้น จะทำให้เกิดพังผืดขึ้นมา จนทำให้ดูเหมือนอวัยวะเพศใหญ่ขึ้น แต่ไม่เกี่ยวกับขนาดขององคชาต และทำให้การทำความสะอาดนั้นยากขึ้น มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าปกติ ส่วนมะเร็งองคชาต เกิดจากอวัยวะเพศสกปรกและทำความสะอาดไม่ดี อาจจะทำให้เกิดเนื้องอกที่ส่วนปลายหรือส่วนโคน คนไข้บางรายไม่สามารถสังเกตได้ หรือบางรายที่พบเห็นสิ่งผิดปกติ ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้องอก หรือแค่คิดว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อกันแน่ ทำให้คนไข้เหล่านั้นเข้ามารับการรักษาช้า จนติดเชื้อลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้ โดยกรณีของนายเชน เป็นกรณีที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ได้รักษามา ซึ่งการรักษาได้ตัดอวัยวะเพศทิ้งไปแล้ว และรอผลตรวจชิ้นเนื้อว่า เชื้อมะเร็งลุกลามไปอวัยวะส่วนใดอีกหรือไม่

พล.ต.ต.วิฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฉีดเพิ่มขนาดไม่ใช่ทุกคนที่จะติดเชื้อ หรือเป็นมะเร็ง บางรายอาจโชคร้ายฉีดแล้วใช้การไม่ได้ ซึ่งจากสถิติการรักษาการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศที่ผ่านมาจะมีคนไข้เข้ามารับการรักษาเดือนละ 30-40 ราย ช่วงวัยที่พบมากที่สุดจะอยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งคนไข้ที่อายุน้อยที่สุดเพียง 18 ปี และคนไข้ส่วนใหญ่ เมื่อพบความผิดปกติ ก็จะมาขอรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มีส่วนน้อยที่ปล่อยให้ลุกลามกลายเป็นมะเร็งและตัดทิ้ง ทั้งนี้ในทางการแพทย์มีการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศให้คนไข้ในบางกรณีเท่านั้น แต่ต้องได้การยอมรับจากแพทยสภาเสียก่อน และสารที่ใช้ฉีดต้องได้การรับรองจาก อย.ไม่ใช่น้ำมันมะกอกหรือซิลิโคน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากแพทย์ เพราะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี วงการแพทย์ปัจจุบันจะแก้ปัญหาให้คนไข้ที่ประสบปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เช่น อวัยวะเพศไม่แข็งตัวมากกว่า .

–จบ–

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 16 พ.ย. 2555 (กรอบบ่าย)—

เตือนหนุ่มฉีดสารเพิ่มไซส์เป้าเสี่ยงมะเร็ง

Source – เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (Th)

Wednesday, November 14, 2012 15:01

26108 XTHAI XHEALTH HEA V%NETNEWS P%WPTD

รพ.ตำรวจ แถลงเตือน ผู้ฉีดสารเพิ่มขนาดอวัยวะเพศเสี่ยงโรคมะเร็งชี้ยังไม่ยอมรับทางการแพทย์

คณะแพทย์โรงพยาบาลตำรวจแถลงข่าวเตือนเกี่ยวกับผลเสียที่เกิดจากการฉีดสารเข้าอวัยวะเพศ หลังจากที่มีคนไข้ชายอายุ 50 ปีมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังจากที่ไปฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศเมื่อ 5 ปีก่อน ในคลีนิกที่ไม่ได้รับอนุญาตจนกลายเป็นแผลเน่าลุกลามเป็นมะเร็งองคชาติ และเข้ารักษาตัวเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

พล.ต.ท. จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยทีมแพทย์ เปิดเผยถึงผลเสียของการฉีดยาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ซึ่งหากฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นแข็งเป็นพังผืด และจะไปรบกวนการไหลเวียนของโลหิตทำให้เนื้อตาย หรือเกิดแผลได้ง่ายและหายยาก รวมถึงติดเชื้อได้ง่าย

สำหรับผู้ที่ไปฉีดหากเข็มฉีดสกปรกอาจติดเชื้อได้ทันที หรือหากฉีดยาไม่ถูกตำแหน่งอาจทำให้ท่อปัสสาวะบาดเจ็บได้ นอกจากนั้นอาจมีแผลหลังมีเพศสัมพันธ์ จนเป็นแผลเรื้อรังติดเชื้อได้ และไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิ์ได้ เนื่องจากเป็นการศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศ

ทั้งนี้การฉีดสารเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ทำให้เพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งองคชาติได้ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าการฉีดสารเข้าไปจะก่อให้เกิดมะเร็งองคชาติหรือไม่ และผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะมาพบแพทย์เพียงร้อยละ 15 ถึง 50 หรือเมื่อเกิดเนื้องอกไปแล้วมากกว่า 1 ปี เนื่องจากความอาย หรือการปฏิเสธโรคของผู้ป่วย ทำให้การรักษาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจมีประมาณเดือนละ 30 คน โดยการรักษาจะแบ่งเป็น 2 กรณี กรณีแรกสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการฉีดเพิ่มขนาดจะมีการเลาะหนังหุ้มองคชาติออก แล้วนำผิวหนังส่วนอื่นมาหุ้มใหม่ ส่วนในผู้ป่วยที่บาดเจ็บจนเรื้อรังกลายเป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง อาจจะต้องตัดองคชาติ หรือเลาะต่อมน้ำเหลืองออก

ทั้งนี้ ฝากเตือนไปยังผู้ที่จะฉีดเพิ่มขนาดว่าห้ามฉีดเด็ดขาด เนื่องจากยังไม่เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ และหากจำเป็นต้องฉีดจริง ต้องได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาและแพทยสภาเสียก่อน

ที่มา: http://www.posttoday.com

เร่งสอบเอาผิดคลินิกเถื่อนลอบฉีดเจ้าโลกเหยื่อเป็นมะเร็ง

Source – เดลินิวส์ (Th)

Wednesday, November 14, 2012 03:42

47255 XTHAI XFRONT DAS V%PAPERL P%DND

แพทย์ใหญ่ รพ. ตำรวจ ระบุ โปลิศขยายผลจับกุมคลินิกเถื่อน ลอบฉีดเพิ่มขนาดเจ้าโลกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหายแจ้งความ ชี้หากคนทำไม่ใช่แพทย์และไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ มีความผิดทางอาญา แต่ถ้ากระทำโดยแพทย์ ต้องจี้แพทยสภา พักหรือเพิกถอนใบอนุญาต ด้านแพทย์ผู้ทำการรักษา เผยคนไข้อาการทรงตัวอยู่ แต่ต้องรักษาตัวอีกนาน เหตุต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง ไปตรวจดูว่าเชื้อมะเร็งยังมีอีกหรือไม่ แจงเตรียมแถลงผลเสียฉีดน้ำมันมะกอกเพิ่มขนาด 10.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่ รพ.ตำรวจ

จากกรณี นายเชน (นามสมมุติ) หนุ่มใหญ่วัย 50 ปี เกิดความต้องการอยากมีขนาดอวัยวะเพศใหญ่โตมโหฬาร ไปทำการฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศที่คลินิกเถื่อนแห่งหนึ่ง จนได้ขนาดใหญ่สมใจ แต่แล้วใช้การได้เพียง 5 ปี ก็เกิดผลข้างเคียง เมื่อเริ่มมีแผลเรื้อรังที่บริเวณหนังขององคชาตและลุกลามใหญ่ขึ้นต่อเนื่อง จนมีกลิ่นเหม็นเน่า กลายเป็นมะเร็งร้ายก้อนใหญ่ขนาดลูกมะพร้าว 1 ลูก จนต้องมาทำการรักษาที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งทางแพทย์ผู้ทำการรักษา ลงความเห็นให้ทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อส่วนที่เป็นแผลออกทั้งหมด พร้อมย้ายท่อปัสสาวะไปไว้ที่ทวาร ซึ่งสามารถกลั้นปัสสาวะได้ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม แม้จะตัดเนื้อร้ายออกไปแล้ว แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่เชื้อมะเร็งจะลุกลามได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ รพ. ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวถึงกรณีนายเชน (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี คนไข้ที่มาทำการรักษาอยู่ที่ รพ.ตำรวจ หลังจากไปฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศกับคลินิกเถื่อน ต่อมากลายเป็นบาดแผลเน่า จนลุกลามเป็นมะเร็งว่า คนไข้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกเถื่อนที่ไปใช้บริการฉีดอวัยวะเพศให้ใหญ่ขึ้น แต่คิดว่าคงสืบหาไม่ยาก ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลจับกุมได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหายแจ้งความ

โดยหากเข้าจับกุมและตรวจสอบพบว่าผู้ที่ฉีดน้ำมันมะกอกเข้าไปที่อวัยวะเพศไม่ใช่แพทย์และไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะก็ถือว่าผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีอาญา แต่ถ้ากระทำโดยแพทย์ก็ต้องสอบถามไปทางแพทยสภา เพื่อให้พิจารณาพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษาคนไข้ ร.ต.อ.สุรัติ กิตติศุภพร นพ. (สบ 2) สำนักงานศัลยกรรม รพ.ตำรวจ แพทย์เจ้าของไข้ จะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองต่อไป

ด้าน ร.ต.อ.สุรัติ แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการคนไข้ทรงตัวอยู่ แผลที่ผ่าตัดยังไม่หายดี คาดว่าใช้เวลาในการทำการรักษาอีกนาน เนื่องจากขั้นตอนต่อไปจะต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง ไปตรวจดูว่าเชื้อมะเร็งยังมีอีกหรือไม่ ถ้ามีต้องรักษาต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่ทำการรักษาคนไข้มา คนไข้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดถึงสถานที่ไปฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศมาได้ เพราะเหตุเกิดมาเป็นเวลานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 10.00 น. จะมีการแถลงข่าวผลเสียของการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ที่ห้องประชุม สำนักงานแพทย์ใหญ่ ชั้น 8 รพ.ตำรวจ เพื่อไม่ให้เกิดความเชื่อผิด ๆ ว่า การฉีดน้ำมันมะกอกเข้าสู่อวัยวะเพศ จะทำให้อวัยวะเพศใหญ่ได้ โดยเตรียมนำสถิติในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบ เข้ารักษาที่ รพ.ตำรวจ จำนวนเท่าไร และมีอาการอย่างไร.–จบ–

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

หมอเถื่อนรับฉีดตร.ชี้จับได้ทันที

Source – เดลินิวส์ (Th)

Wednesday, November 14, 2012 06:18

18586 XTHAI XFRONT MIDD DAS V%PAPERL P%DND

กร้าวสั่งโปลิศขยายผลจับกุมคลินิกเถื่อน ลอบฉีดเพิ่มขนาดเจ้าโลกได้ทันทีไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหายแจ้งความ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ระบุ ชี้หากคนทำไม่ใช่แพทย์และไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ มีความผิดทางอาญา แต่ถ้ากระทำโดยแพทย์ ต้องจี้แพทยสภา พักหรือเพิกถอนใบอนุญาต ด้านแพทย์ผู้ทำการรักษา เผยคนไข้อาการทรงตัวอยู่ แต่ต้องรักษาตัวอีกนาน เหตุต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองไปตรวจดูว่าเชื้อมะเร็งยังมีอีกหรือไม่ แจงเตรียมแถลงผลเสียฉีดน้ำมันมะกอกเพิ่มขนาด 10.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่ รพ.ตำรวจ

จากกรณี นายเชน (นามสมมุติ) หนุ่มใหญ่วัย 50 ปี เกิดความต้องการอยากมีขนาดอวัยวะเพศใหญ่โตมโหฬาร ไปทำการฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศที่คลินิกเถื่อนแห่งหนึ่ง จนได้ขนาดใหญ่สมใจ แต่แล้วใช้การได้เพียง 5 ปี ก็เกิดผลข้างเคียง เมื่อเริ่มมีแผลเรื้อรังที่บริเวณหนังขององคชาตและลุกลามใหญ่ขึ้นต่อเนื่อง จนมีกลิ่นเหม็นเน่า กลายเป็นมะเร็งร้ายก้อนใหญ่ขนาดลูกมะพร้าว 1 ลูก จนต้องมาทำการรักษาที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งทางแพทย์ผู้ทำการรักษา ลงความเห็นให้ทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อส่วนที่เป็นแผลออกทั้งหมด พร้อมย้ายท่อปัสสาวะไปไว้ที่ทวาร ซึ่งสามารถกลั้นปัสสาวะได้ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม แม้จะตัดเนื้อร้ายออกไปแล้ว แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่เชื้อมะเร็งจะลุกลามได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ รพ. ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวถึงกรณีนายเชน (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี คนไข้ที่มาทำการรักษาอยู่ที่ รพ.ตำรวจ หลังจากไปฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศกับคลินิกเถื่อน ต่อมากลายเป็นบาดแผลเน่า จนลุกลามเป็นมะเร็งว่า คนไข้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกเถื่อนที่ไปใช้บริการฉีดอวัยวะเพศให้ใหญ่ขึ้น แต่คิดว่าคงสืบหาไม่ยาก ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลจับกุมได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหายแจ้งความ

โดยหากเข้าจับกุมและตรวจสอบพบว่าผู้ที่ฉีดน้ำมันมะกอกเข้าไปที่อวัยวะเพศไม่ใช่แพทย์และไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะก็ถือว่าผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีอาญา แต่ถ้ากระทำโดยแพทย์ก็ต้องสอบถามไปทางแพทยสภา เพื่อให้พิจารณาพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษาคนไข้ ร.ต.อ.สุรัติ กิตติศุภพร นพ. (สบ 2) สำนักงานศัลยกรรม รพ.ตำรวจ แพทย์เจ้าของไข้ จะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองต่อไป

ด้าน ร.ต.อ.สุรัติ แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการคนไข้ทรงตัวอยู่ แผลที่ผ่าตัดยังไม่หายดี คาดว่าใช้เวลาในการทำการรักษาอีกนาน เนื่องจากขั้นตอนต่อไปจะต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง ไปตรวจดูว่าเชื้อมะเร็งยังมีอีกหรือไม่ ถ้ามีต้องรักษาต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่ทำการรักษาคนไข้มา คนไข้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดถึงสถานที่ไปฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศมาได้ เพราะเหตุเกิดมาเป็นเวลานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 10.00 น. จะมีการแถลงข่าวผลเสียของการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ที่ห้องประชุม สำนักงานแพทย์ใหญ่ ชั้น 8 รพ.ตำรวจ เพื่อไม่ให้เกิดความเชื่อผิด ๆ ว่า การฉีดน้ำมันมะกอกเข้าสู่อวัยวะเพศ จะทำให้อวัยวะเพศใหญ่ได้ โดยเตรียมนำสถิติในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบ เข้ารักษาที่ รพ.ตำรวจ จำนวนเท่าไร และมีอาการอย่างไร.

–จบ–

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 15 พ.ย. 2555 (กรอบบ่าย)—

ให้ความรู้ “ผลเสียการฉีดยาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ”

Source – เว็บไซต์เดลินิวส์ (Th)

Tuesday, November 13, 2012 18:00

55318 XTHAI XGEN XETHIC V%NETNEWS P%WDN

แพทย์ใหญ่แนะ จับคลินิคฉีดเจ้าโลกได้เลย ไม่ต้องรอผู้เสียหาย ดูเป็นแพทย์หรือไม่ หากเป็นยื่นแพทยสภาถอดใบอนุญาต ด้านโรงพยาบาลตำรวจเตรียมให้ความรู้ “ผลเสียการฉีดยาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ” พบ 2 ปี มีคนไข้ฉีดน้ำมันมะกอกมารักษาจำนวนมาก

ที่โรงพยาบาลตำรวจ วันนี้(13พ.ย.) พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงกรณีนายเชน (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี คนไข้ที่มาทำการรักษาอยู่ที่รพ.ตำรวจ หลังจากฉีดน้ำมันมะกอกที่อวัยวะเพศกับคลินิกเถื่อน ต่อมากลายเป็นบาดแผลเน่า ลุกลามเป็นมะเร็ง ว่า คนไข้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกเถื่อนที่ไปใช้บริการฉีดอวัยวะเพศให้ใหญ่ขึ้น แต่คิดว่าคงสืบหาไม่ยาก เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลจับกุมได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหายแจ้งความ หากเข้าจับกุม ตรวจสอบพบว่าผู้ที่ฉีดน้ำมันมะกอกเข้าไปที่อวัยวะเพศไม่ใช่แพทย์ ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ ก็ถือว่าผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีอาญา แต่ถ้ากระทำโดยแพทย์ก็ต้องสอบถามไปทางแพทยสภาเพื่อให้พิจารณาพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษาคนไข้ ร.ต.อ.สุรัติ กิตติศุภพร นพ. (สบ2) สำนักงานศัลยกรรม รพ.ตำรวจ แพทย์เจ้าของไข้จะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการเอง

ทั้งนี้ พ.ต.ท.(หญิง)ศิริกุล เจียรนัยขจรรองโฆษกรพ.ตำรวจ กล่าวว่า พล.ต.ท.จงเจตน์ต้องการให้ความรู้ประชาชนในเรื่องดังกล่าว จึงจัดแถลงข่าว เรื่อง“ ผลเสียของการฉีดยาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ”เวลา 11.๐๐ น. ณ ห้องประชุม สานักงานแพทย์ใหญ่ ชั้น 8อาคารเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 14 พ.ย. เพื่อไม่ให้เกิดความเชื่อผิดๆ ว่า การฉีดน้ำมันมะกอกเข้าสู่อวัยวะเพศจะทำให้อวัยวะเพศใหญ่ได้ โดยเตรียมนำสถิติในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา ว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดน้ำมันมะกอก เข้ารักษา รพ.ตำรวจจำนวนเท่าไร และมีอาการอย่างไรบ้าง..

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

คอลัมน์: เสพสม เสน่หา: ขนาด…ของผู้ชายนั้นสำคัญจริงหรือ?

Source – สยามรัฐ (Th)

Sunday, January 24, 2010 07:56

14355 XTHAI XECON DAS V%PAPERL P%SRD

หมอ นพพร

เรียน คุณหมอที่เคารพ

ผมติดตามอ่านการตอบปัญหาของคุณหมอมาตลอดและในหนังสือหลายเล่มที่คุณหมอเคยตอบเพิ่งมาอ่านเจอในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ คอลัมน์เสพสมเสน่หา บังเอิญทุกวันอาทิตย์จะรับเป็นประจำ ผมขอถามปัญหาซึ่งผมไม่ค่อยสบายใจมานานมากปัจจุบันผมอายุ 29 ปี เรียนจบ ป.ตรี จบการศึกษาสาขาComputerมีงานทำที่มั่นคงสูง 172 ซม. น้ำหนัก 67 กก. หน้าตาก็ดี เคยมีผู้หญิงมาชอบคบกันได้2ปีก็เลิกกัน

ปัจจุบันก็มีคนใหม่ คบกันมาได้ปีกว่าแล้ว เธอเป็นคนดีมากคิดว่าจะแต่งงานกันแต่ผมไม่มั่นใจในตัวเองเกี่ยวกับเรื่องขนาดอวัยวะเพศที่เล็กมาก เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ดูกันตอนอ่อนตัวปกติ ผมจะเล็กมาก เวลาแข็งตัวเต็ม

ที่ 4.5 นิ้วเท่านั้น ผมกลัวว่าถ้าแต่งงานไปแฟนคงจะไม่มีความสุขแน่ๆ ผมจึงไม่กล้าแต่งงาน และผมไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใครเลย ถ้าผมจะเพิ่มขนาดแบบฉีด ดูจากWebsite แล้ว เครื่องสุญญากาศกับครีม

นวด แบบไหนจะดีและปลอดภัยกว่ากันครับกรุณาตอบด่วน กังวลใจมากครับ

ด้วยความเคารพ

ช.

ตอบ คุณ ช.

อวัยวะเพศชายถือเป็นสัญลักษณ์ส่วนสำคัญที่มองได้เห็นเด่นชัด อยู่ภายนอกร่างกาย นอกจากมีหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะแล้วยังมีหน้าที่ร่วมเพศและหลั่งอสุจิเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ในมนุษย์ เชื่อว่าผู้ชายเกือบร้อยทั้งร้อยจะต้องใส่ใจกับอวัยวะส่วนนี้ เพราะเป็นตัวบ่งบอกถึงความเป็นชายชาตรี และยังเป็นตัวสร้างปมเด่น ปมด้อย ให้กับผู้เป็นเจ้าของ

ปมเด่นก็คือ ถ้าใครมีขนาดที่ดูว่าใหญ่ก็จะภาคภูมิใจเชื่อมั่นว่าจะให้ความสุขกับคู่ของตัวและคิดว่าผู้หญิงจะต้องชอบมักจะโอ้อวดโดยข่มคนที่ด้อยกว่า

ปมด้อยก็ต้องเป็นของคนที่มีขนาดเล็กจนเกิดความกังวล ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองเกรงว่าฝ่ายหญิงจะไม่ชอบ และไม่มีความสุขเวลามีเพศสัมพันธ์ บางคนไม่กล้าแต่งเลยก็มี อย่างในกรณีของคุณเห็นของเพื่อนคนอื่นเขามาเปรียบเทียบกับตัวเอง มองว่าขนาดนั้นต่างกันมาก คุณคงไม่เข้าใจลักษณะความแตกต่างขณะของการอ่อนตัวและขณะแข็งตัวเต็มที่ของแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่เวลาปกติจะดูมีขนาดใหญ่และยาวแต่เวลายืดขยายตัวเต็มที่จริงๆ กลับยืดขยายได้น้อยกว่าคนที่เวลาปกติจะเล็กและสั้น เพราะฉะนั้น ขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่าเวลาแข็งตัวแล้วขนาดก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนักและความเชื่อที่ว่าคนที่มีขนาดอวัยวะเพศใหญ่จะมีผลต่อความสุขทางเพศนั้นก็เป็นความเชื่อที่ผิดๆทั้งสิ้นเพราะช่องเพศของผู้หญิงสามารถยืดหยุ่นได้พอเหมาะสมกับขนาดต่างๆของผู้ชายรวมทั้งเมื่อมีอารมณ์ตอบสนองทางเพศสูงขึ้นเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องคลอดส่วนล่างจะลดตัวลงมากจึงเกิดการเสียดสีระหว่างอวัยวะเพศชายกับช่องคลอดดีขึ้นและการเสียดสีกระตุ้นกับปุ่มClitorisก็ไม่ได้บอกว่าขนาดเล็กหรือใหญ่จะมีประสิทธิภาพต่างกัน

ฉะนั้น ขนาดของคุณที่บอกมาก็ไม่ถือว่าเล็กจนเกินไป ที่สำคัญกว่าก็คือ คุณต้องรักษาประสิทธิภาพให้คงการแข็งตัวได้ดีและนานพอที่จะให้ความสุขกับคู่ของคุณเล็กแบบพริกขี้หนู กับ ใหญ่แบบพริกหยวกคุณจะเลือกแบบไหนก็คิดดูเอาเอง

เรื่องการเพิ่มขนาดด้วยการฉีดสิ่งแปลกปลอมนั้น ไม่สมควรอย่างยิ่ง หลายคนฉีดน้ำมันมะกอกบ้าง ฉีดสารซิลิโคนบ้างตอนฉีดใหม่ๆ ยังไม่ค่อยมีผลอะไร แต่พอนานๆ เข้าเกิดการอักเสบติดเชื้อบวมจนไม่สามารถใช้งานได้ เอาออกก็ลำบากมาก ต้องเข้าห้องผ่าตัดเลาะเอาสารแปลกปลอมนั้นออกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงด้วย

สำหรับเครื่องดูดรัดสุญญากาศร่วมกับครีมนวดบางชนิดใช้เพื่อบริหารกล้ามเนื้อส่วนนั้นก็อาจเพิ่มความแข็งแรงหรือยืดขยายได้บ้างถ้าทำถูกวิธี แต่ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอันตรายได้ถ้าหักโหมหรือรัดยางไว้นานเกินไป จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ครับท่านที่ต้องการปรึกษาปัญหา เขียนจดหมายมาที่ตู้ ปณ.31 ปทจ.รามอินทรา10220 ทาง http://www.doctornopporn.com หรือโทร.0-2522-1332, 08-1408-9809–จบ–

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

“แพทยสภา” ชี้ไม่มีข้อกำหนดผ่าตัดเพิ่มขนาดน้องชาย

Source – ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

Monday, May 26, 2008 09:48

28994 XTHAI XGEN XETHIC V%WIREL P%MGRO

กรุงเทพฯ–26 พ.ค.–ผู้จัดการออนไลน์

“แพทยสภา” ชี้ ไม่มีข้อกำหนดมาตรฐานจริยธรรม เล็งปรึกษา ราชวิทยาลัย ออกกฎเตรียมคุม หมอรามา เผย มีวิธีการผ่าตัดเพิ่มไซส์แบบใหม่จริง เทคนิคเกาหลี ห่วงไหมละลายอันตรายน้อย เพิ่มขนาดได้ แต่ยังไม่แพร่หลายในไทย ชี้ทางการแพทย์ยังเถียงไม่จบว่าเหมาะสมหรือไม่ ขณะที่จิตแพทย์ระบุ เป็นเรื่องของความเชื่อฝังหัวชายไทย ชี้ความพึงพอใจไม่เกี่ยวกับขนาด

จากกรณีที่มีกระแสความนิยมในกลุ่มไฮโซเพศชาย ผ่าตัดเพื่อเสริมขนาดอวัยวะเพศให้ดูใหญ่ขึ้นนั้น ศ.นพ.สมบุญ เหลืองวัฒนากิจ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศนั้น ยังเป็นที่ถกเถียงกันในวงการแพทย์ว่า เหมาะสมหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งมีเหตุผลว่า ส่วนใหญ่ขนาดอวัยวะเพศชายจะปกติ แต่อยู่กับเจ้าตัวเองที่ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี และการผ่าตัดอาจได้รับผลกระทบ และทำให้เกิดความเสียหายเป็นอันตรายได้ แต่อีกทางก็มีเหตุผลว่า ความกังวลในเรื่องของขนาดอวัยวะเพศ หากมีมากก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจและทำให้เกิดปัญหากับบุคคลนั้นๆได้ เช่นกัน และการเสริมขนาดอวัยวะเพศ ก็เหมือนกับการเสริมขนาดเต้านม ที่ไม่ได้เกิดความผิดปกติอะไรแต่ก็มีการผ่าตัดเสริมเต้านมได้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่า หากกระทำด้วยวิธีการที่ปลอดภัยก็สามารถทำได้

ศ.นพ.สมบุญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเทคนิคแบบใหม่ ที่นำมาใช้ในการเสริมขนาดอวัยวะเพศจริง โดยเป็นเทคนิคจากประเทศเกาหลี ที่ขณะนี้กำลังจะตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการนำเอาไหมละลาย ที่ใช้ในการผ่าตัดหน้าท้องมาใช้ โดยนำมาพันเป็นห่วงวงกลม และทำให้มีช่องว่างหรือรูพรุนอยู่ภายใน เพื่อนำมาสวมเข้าไปในองคชาต เป็นการผ่าตัดเล็ก โดยใช้วิธีเดียวกับการขลิบปลายหนังหุ้มปลายและรูดหนังลง เพื่อใส่ห่วงลงไป ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที ซึ่งวิธีการทำงานของห่วงนี้ เมื่อใส่เข้าไปในอวัยวะเพศแล้ว เซลล์ในร่างกายจะสร้างตัวและเข้าไปอยู่แทนทีรูพรุนในห่วงดังกล่าว ส่วนคุณสมบัติของไหมละลาย จะสลายตัวในช่วงเวลา 2-3 เดือน เมื่อไหมละลายไปเซลล์ที่อยู่ในรุพรุนนั้นก็จะกลายเป็นส่วนเดียวกันขององคชาต ทำให้ขนาดดูใหญ่ขึ้นได้สำหรับขนาดองคชาตที่ผ่าตัดด้วยวิธีดังกล่าว จะคงตัวในช่วงเวลา 1 ปี โดยขนาดจะเล็กลงจากที่ผ่าตัดใส่ห่วง 70%

“วิธีดังกล่าวในปัจจุบันยังไม่มีการทำในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่มีการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ แต่ทางการแพทย์พบว่า เป็นวิธีที่ปลอดภัย อัยตรายและผลข้างเคียงที่รุนแรงที่สุด คือ การติดเชื้อ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในการผ่าตัดทั่วไป” ศ.นพ.สมบุญ กล่าว

ศ.นพ.สมบุญ กล่าวต่อว่า เรื่องของการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศนั้น โดยส่วนมากผู้ที่มาขอรับการผ่าตัดจะมีขนาดปกติอยู่แล้ว แต่ไม่พอใจในสิ่งที่มี ซึ่งหากพิจารณาว่า ความกังวลกระทบกับการดำเนินชีวิตแพทย์ก็อาจจะทำให้ แต่ทั้งนี้ การเลือกวิธีการผ่าตัด จำเป็นต้องเลือกวิธีที่ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ยกตัวอย่างเช่น มีการผ่าตัดเพิ่มความยาวขององคชาต ในประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งใช้วิธีผ่าตัดเปิดหน้าท้องเลาะซี่โครงขนาด 1 นิ้ว มาเหลาให้มนๆ แล้วผ่าองคชาตโดยตัดส่วนหัวองคชาติออกก่อนแล้วใส่กระดูกซี่โครงเข้าไป และส่วนหัวกลับเข้าไปเหมือนเดิม ซึ่งพบว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างเสี่ยง และทำให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง เพราะฉะนั้น การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างยิ่ง

นพ.อำนาจ กุศลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า การผ่าตัดเสริมขนาดอวัยวะเพศนั้น แม้จะไม่มีเขียนระบุเป็นข้อห้ามไว้ใน เรื่อง มาตรฐานการประกอบวิชาชีพ แต่การกระทำการใดๆ กับผู้ป่วยนั้น จำเป็นต้องมีเหตุผลรองรับว่าควรทำหรือไม่ และเมื่อทำแล้วผู้ป่วยจะได้ผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่ และวิธีการกระทำนั้น ต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ แม้จะเป็นวิธีที่ยังไม่แพร่หลาย แต่ต้องมีการหาข้อมูล โดยอาจพิจารณาร่วมกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ เพื่อขอข้อมูลเรื่องเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ๆ อันตรายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และอาจรวมไปถึงกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการรักษาเพื่อป้องกันการรักษาที่เป็นอันตราย

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ในกรณีเหล่านี้ คือ การเพิ่มขนาดของอวัยะเพศโดยหมอเถื่อน หรือใช้อุปกรณ์อื่นใด ที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ที่ผ่านมาพบได้บ่อยเช่นการฉีดน้ำมันมะกอกหรือซิลิโคน เข้าไป เพราะทำได้ง่าย แต่ผลกระทบนั้นอาจมีความรุนแรงถึงขั้นอวัยวะเพศเน่า หรือติดเชื้อ ได้ แต่หากเป็นวิธีที่มีผลวิจัยทางการแพทย์รองรับ และไม่มีผลกระทบที่รุนแรง เป็นการรักษาที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ก็สามารถทำได้” นพ.อำนาจ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความจำเป็นและความเหมาะสมของการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคนไข้ และแพทย์ ซึ่งเป็นข้อถกเถียงคล้ายกับการผ่าตัดแปลงเพศ หรือการผ่าตัดเสริมขนาดหน้าอกว่ามีความจำเป็นหรือไม่ แต่เนื่องจากชายไทยถูกปลูกฝังความเชื่อและค่านิยมของว่า “ชายไทยต้องใหญ่” ซึ่งข้อเท็จจริงทางการแพทย์แล้ว ขนาดหรือความใหญ่ ไม่ได้มีผลต่อความพึงพอใจของฝ่ายหญิง แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย และการมีเพศสัมพันธ์ที่ขึ้นอยู่กับเทคนิคและลีลามากกว่า

“อวัยวะเพศของฝ่ายชายที่เรียกว่าปกติ คือสามารถทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีปัญหา คือ ขับถ่ายของเสีย และมีเพศสัมพันธ์ได้ ถือว่าปกติ หรือยกตัวอย่างเรื่องขนาดมาตรฐานชายไทยอยู่ที่ 6 นิ้ว หากคนที่มีขนาดเพียง 4 หรือ 5 นิ้ว แต่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ดีสามารถถึงจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กับฝ่ายหญิงก็ถือว่าปกติไม่มีปัญหาที่จะต้องไปผ่าตัด” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สาเหตุที่คนมักไปรับบริการผ่าตัดเสริมขนาดส่วนใหญ่เพราะต้องการลบล้างความไม่พึงพอใจของตนเอง หรือต้องการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองมากขึ้น แม้จะรู้ว่าการผ่าตัดมีอันตราย เช่น การฉีดสารเข้าอวัยวะเพศเพื่อเพิ่มขนาด ซึ่งมีข่าวให้เห็นเป็นประจำว่า เน่า หรือไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์อีกได้ แต่คนก็ยังไปรับบริการเป็นจำนวนมาก–จบ—

ที่มาภาพ : http://consumersouth.org/upload/pics/pic49bb2b199adb1.jpg

By sarawutlapa

รู้ทัน “แรงเงา”

      จากเหตุสลดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา กรณี ด.ญ.อายุ 8 ขวบ ใช้เศษผ้าและเชือกมาผูกเป็นห่วงแขวนคอตัวเองกับต้นหูกวาง เลียนแบบฉากผูกคอตายในละครเรื่องแรงเงามีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ตามมาต่าง ๆนานา รัฐบาลไม่ควบคุมละคร พ่อแม่ไม่ใส่ใจดูแลลูกเอง หรือจรรยาบรรณของสื่อ โดยเฉพาะอย่างหลังนี้ นับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลังอำนาจต่อเยาวชนในยุคปัจจุบัน จากงานวิจัยชิ้นนึงพบว่า ท่ามกลางครัวเรือนไทย 96% ที่มี โทรทัศน์ ร้อยละ 71 ของข่าวสารทางโทรทัศน์และวิทยุ เป็น “ข่าวร้าย” หรือเรื่องที่ชวนให้รู้สึกหมดหนทางต่อสู้ (helplessness – invoking) ในขณะที่ “ข่าวดี”หรือเรื่องที่ชวนให้มีความหวังมีเพียงร้อยละ 12 เช่นกันกับที่”โครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย” โดย พญ. จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ พบว่า

– เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ชมภาพความรุนแรงวันละ 501 ครั้ง

– เด็กประถมทั้งชาย-หญิง ชมรายการการ์ตูนที่เน้นไปในทางเพศเป็นอันดับ 1 ชมละคร อันดับ 2 และชมรายการเกมโชว์ เป็นอันดับ 3

– วัยรุ่นทั้งหญิง-ชาย ชมละครอันดับ 1 เกมโชว์อันดับ 2 และเพลงอันดับ 3

– วัยรุ่นหญิงที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยใช้เวลาดูโทรทัศน์เฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง

– เด็กๆ ทั่วไปใช้เวลาเรียนหนังสือในโรงเรียนปีละ 900 – 1,000 ชั่วโมง ในขณะที่ใช้เวลาดูโทรทัศน์ ปีละ 1,000 – 1,200 ชั่วโมง

– เว็บไซต์ที่มีทั่วโลก 7 ล้านเว็บ เป็นเว็บโป๊ 2 ล้านเว็บ โดยเด็ก 1 ใน 5 ทั่วโลกใช้อินเตอร์เน็ตได้รับเมล์ที่ส่อการล่อลวงทางเพศ

จากข้อมูลดังกล่าว คงทำให้เห็นถึงความสำคัญและพลังอำนาจของสื่อในยุคปัจจุบันว่ามีมากเพียงใด แต่ใช่ว่าทุกสื่อจะเป็นสื่อที่ดีมีคุณภาพ นำเสนอโดยนึกถึงคนดูเป็นที่ตั้งด้วยพื้นฐานของจรรยาบรรณวิชาชีพ ยิ่งวงการสื่อเติบโตมากเพียงใดการแข่งขันทางธุรกิจก็สูงตามมาเช่นกัน นั้นทำให้บางครั้งสื่อก็ขาดการคิดไตร่ตรองว่าสื่อมีหน้าที่รับใช้ประชาชน แต่หันไปรับใช้นักธุรกิจหรือนักการเมืองแทน ผู้ที่ต้องตกเป็นเหยื่อก็คือประชาชน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้เท่าทันสื่อยุคปัจจุบัน

ในงานวิจัยชิ้นเดียวกันยังระบุว่าเราจะรู้เท่าทันสื่อได้ ต้องรู้จักทั้งตัวสื่อและตัวเรา ธรรมชาติของสื่อ และธรรมชาติของตัวเราเองธรรมชาติของสื่อ โปรดระลึกไว้ว่า สื่อ คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และมีจุดประสงค์ ในแง่ประโยชน์ของผู้สร้างอยู่ในนั้นเสมอ

ธรรมชาติของตัวเราพึงระลึกไว้ว่า แต่ละตนมีจริตจิตใจในแบบของตัวเอง แบ่งได้ง่ายๆเป็นสามแบบคือ โลภะ โทสะ และ โมหะ ความสำคัญของการรู้ธรรมชาติของตัวเองก็คือ การรู้ว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร เพราะสิ่งที่อันตรายคือการหลงให้ความสำคัญอย่างไร้สติ ฉะนั้นตราบใดที่เรายังไม่รู้เท่าทันตัวเอง การจะไปรู้เท่าทันสิ่งอี่นโดยเฉพาะสื่อ ก็เป็นสิ่งที่ยากลำบากยิ่ง

ถ้าเมื่อไหร่ที่สิ่งที่เราได้รับจากสื่อ ทำให้จิตใจรู้สึกไม่ปกติ อาจจะทุกข์หรือสุขจนเกินไป ให้ระวังไว้ว่า “คุณอาจกำลังโดนสื่อเสพ” สื่อนั้นจะกลายเป็นโทษแทนประโยชน์

ในทางกลับกันถ้า “คุณกำลังเสพสื่อ” คุณจะรู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากสื่อที่ได้รับอยู่เสมอ ต่อมาจะรู้สึกว่า สื่อจะเป็นอย่างไรคงไม่สำคัญเท่าเราได้เรียนรู้อะไรจากสื่อนั้น

ดังกรณีนี้ เมื่อรู้แล้วว่าการนำเสนอที่ถูกการกลั่นกรองมาอย่างไม่รอบคอบ ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงมากเพียงใด ทุกพากส่วนก็ต้องหันกลับมาให้ความสำคัญ รัฐต้องตรวจสอบควบคุมสื่อสื่อต้องนำเสนออย่างมีจรรยาบรรณ ผู้ปกครองต้องดูแลเอาใจใส่ลูกหลาน เยาวชนต้องรู้เท่าทันสื่อ ถ้าเป็นเช่นนี้สังคมก็จะมีเกราะป้องกันที่เข้มแข็งที่ไม่ว่าเรื่องร้ายใดจะทำร้ายคนในสังคมได้

ที่มา:  http://www.dmh.go.th/news/

ที่มาของภาพ: http://www.mgr.manager.co.th

By sarawutlapa

แบบทดสอบที่1

1. ให้นักศึกษาเลือกอภิปรายคุณลักษณะของ search engine ของยาฮู กับ search engine ของกูเกิล มาอย่างละเอียด พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง search engine ทั้งสองมาโดยสังเขป

Google (www.Google.com) เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาข้อมูลในโลกของอินเตอร์เน็ต โดยค้นหาข้อมูลจากข้อความ หรือตัวอักษรที่พิมพ์เข้าไป แล้วทำการค้นหาข้อมูล รูปภาพ หรือเว็บเพจที่เกี่ยวข้องนำมาแสดงผล เว็บไซต์ Google ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องการค้นหาข้อมูล

เว็บไซต์ Google แบ่งหมวดหมู่ของการค้นหาออกเป็น 4 หมวดหมู่ด้วยกัน ดังนี้คือ

เว็บ (Web) เป็นการค้นหาข้อมูลในรูปแบบของเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยการแสดงผลจะแสดงเว็บไซต์ที่มีคำที่เป็น Keyword อยู่ภายเว็บไซต์นั้น

รูปภาพ (Images) เป็นการค้นหารูปภาพจากการแปลคำ Keyword

กลุ่มข่าว (News)เป็นการค้นหาข้อมูลที่เป็นเนื้อหาที่อยู่ในข่าว ซึ่งมีการระบุชื่อผู้เขียนข่าว, หัวข้อข่าว, วันที่และเวลาที่โพสต์ข่าว

สารบบเว็บ (Web Directory) Google มีการจัดประเภทของเว็บไซต์ออกเป็นหมวดหมู่ ซึ่งเราสามารถค้นหาเว็บในเรื่องที่ต้องการตามหมวดหมู่ที่มีอยู่แล้วได้เลย

Yahoo! คือบริษัทผู้ให้บริการ อินเตอร์เน็ตซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์เอนจิน, Yahoo! คล้ายกับเว็บเสิร์ชเอนจิน และเว็บไดเร็คทอรี่หลายๆ แห่ง สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ยาฮู! ยังคงเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยจำนวนผู้ใช้ 412 ล้านคน เครือข่ายของยาฮู! ทั่วโลกมีเพจวิวโดยเฉลี่ยกว่า 3.4 พันล้านหน้าต่อวัน

ความแตกต่างระหว่าง search engine ทั้งสอง

Googleไม่ว่าจะค้นหาอะไร ก็จะปรากฎข้อมูลขึ้นมาแม้ไม่ใช่ข้อมูลที่ต้องการ 100% แต่ก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องการ มีจำนวนข้อมูลเยอะ (แต่บางทีก็เจอพวกเว็บลิงค์ spam keyword) ค้นหาได้เร็วและรูปแบบก็สะดวกในใช้งานไม่รกหูรกตา อัลกอลิธึมในการจัดอันดับไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน เพื่อให้ผลการค้นหาใกล้เคียงกับความต้องการของคนค้นมากที่สุด ขณะที่ Yahoo ค้นหาข้อมูลแล้วอาจไม่เจอข้อมูลในสิ่งที่ต้องการทั้งหมด `และค่อนข้างค้นหาได้ช้า เมื่อเทียบกับ google รูปแบบที่สะดวกและการใช้งานยากกว่า google เป็นต้น

2. ให้นักศึกษาวิพากย์ถึงการนำพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ..2540 มาใช้ในการรายงานข่าวให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
แม้จะมีการบังคับใช้กฏหมายมากกว่า 13 ปี แต่ก็ยังไม่แน่ใจสามารถบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ จากการสังเกตพบว่า คำวินิจฉัยของกรรมการข้อมูลข่าวสารนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไม่สามารถแยกแยะประเด็นที่เป็นสาธารณะส่วนตัว หรือตนเองเป็นผู้ถูกกระทำได้ โดยเฉพาะการผิดระเบียบวินัยซ้ำๆ ก็ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นบรรทัดฐาน ปัจจุบันหน่วยงานเหล่านี้กลับมีความคิดล้าหลัง เพียงแค่ข้อมูลการประชุมคณะกรรมาธิการยังไม่ได้รับการเปิดเผย

ตามมาตรา 9 ตอนหนึ่งกล่าวว่า บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิขอตรวจดูข้อมูลได้นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางกลับกันเนื้อหาสาระที่จำเป็นจะต้องเปิดเผยนั้น ยังมีความครอบคลุมไม่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมามีแต่ข้อบัญญัติให้เปิดเผยเพียงเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ราชการต้องร่วมทุนกับเอกชนเพียงเท่านั้น ทั้งที่ควรจะมีอีกหลายประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ

เช่น กรณีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือครองที่ดิน แม้จะเป็นเรื่องของบุคคล แต่ต้องคำนึงถึงด้วยว่า ที่ดินเป็นทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกรมที่ดินกลับมีมาตรการ “ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่มีทางเปิดเผย” เหล่านี้ควรให้อำนาจประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล คงไม่ต้องรอให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก่อน ถึงจะรู้ว่าถือครองที่ดินไว้เท่าไหร่ นั่นอาจรวมถึงการเปิดเผยรายชื่อเจ้าของทะเบียนรถยนต์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม เนื่องจากรถยนต์สามารถใช้ก่ออาชญากรรมได้ หากทำมาตรานี้ให้สมบูรณ์ จะก่อให้เกิดการทำงานในเชิงรุกที่ชัดเจน

การสร้างขั้นตอนที่ยืดเยื้อยาวนานเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมากฏหมายกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน 30 วัน แต่สถานการณ์จริงกินเวลาเป็น 2 – 3 เดือน ทำให้เกิดต้นทุนในการขอข้อมูลที่สูงมาก ซึ่งควรจัดระบบใหม่ให้เหมือนรูปแบบงานธนาคาร ที่เข้ามากรอกข้อมูลขอเอกสาร ก็รอรับได้ทันที เว้นแต่ว่าเป็นกรณีที่มีความอ่อนไหว หรือคาดว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศชาติ จึงทำเรื่องอุทธรณ์ขึ้นมา ทั้งนี้ตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นล้มเหลวคือ 13 ปีที่ผ่านมามีคำอุทธรณ์ คำวินิจฉัยเกิดขึ้นมากมาย นั่นเท่ากับว่าประสิทธิภาพในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทุกหน่วยงานนั้นยัง เป็นปัญหาใหญ่

ในขณะเดียวกันการบังคับใช้กฏหมายข้อมูลข่าวสาร ควรแก้ไขให้มีความครอบคลุมมากขึ้น โดยดูจากเนื้อหาของข้อมูลข่าวสารนั้น อย่างเช่น กรณี ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อกิจการโทรศัพท์มือถือของบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส หรือฮัทช์ แม้จะเป็นการทำธุรกิจของภาคเอกชน แต่ตัวสินค้าเป็นโครงข่ายบริการสาธารณะ ที่มีผลกระทบกับสังคมวงกว้าง ประชาชนควรมีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้รับทราบข้อมูลเหล่านี้

3. ให้อภิปรายถึงผลกระทบต่อการใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยภายหลังจากที่มีพระราชบัญญติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ..2550

 คอมพิวเตอร์เป็นเสมือนปัจจัยที่หก ใครๆ ก็ใช้คอมพิวเตอร์ ใครๆก็รู้จักคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น แต่มันอาจจะกลายเป็นดาบสองคมเพราะว่า ถ้าเกิดใช้ในทางที่ดีก็คงจะไม่กระทบกับใครแต่ถ้าใช้ไปในทางที่ผิดอาจะไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพของคนอื่นก็เป็นได้ จึงต้องมีกฎหมายออกมาควบคุมการกระทำดังกล่าว

แต่ พรบ. ดังกล่าวก็อาจจะดูไม่ยุติธรรมจนเกินไปสำหรับปะชาชนที่ใช้คอมพิวเตอร์ เพราะบางมาตรการก็ดูจะโหดร้ายมากเกิไป อย่างเช่น มาตรา 24 (2) นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงองประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตามดุลยพืนิจของเจ้าน่าที่รัฐ ซึ่งดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างเดียวกันกับ ตามอารมณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ

บางมาตราบอกว่า ผู้ใดสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจะทั้งปรับ เพราะ เมื่อคุณเปิดคอมพิวเตอร์และใช้งานอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ของคุณก็จะเริ่มทำสำเนาข้อมูลที่คุณเข้าดุหรือคุณอ่านทันที่ อยู่เป็นธรรมชาติของคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว

และกับคำนิยามความผิดที่แสนจะกำกวมและครอบจักรวาล เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะสามารถบังคับใช้ได้อย่างทั่วถึง อาจจะมีไว้ใช้สำหรับคนที่ต้องการให้ได้รับโทษหรือไม่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ

4. นักศึกษาอภิบายถึงเครื่องมือที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตที่สามารถนำมาทำการสืบค้นหาข้อมูลประกอบการรายงานข่าวมาให้เข้าใจ

เครื่องมือหรือโปรแกรมสําหรับการสืบค้น (Search Engine) มีอยู่มากมายและมีให้บริการอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่ใช้บริการการสืบค้นข้อมูลโดยเฉพาะ การเลือกใช้นั้นขึ้นกับประเภทของข้อมูลสารสนเทศที่ต้องการสืบค้น Search Engine ต่างๆ จะให้ข้อมูลที่มีความลึกในแง่มุมหรือศาสตร์ต่างๆ ไม่เท่ากัน ตัวอย่าง Search Engine ที่นิยมใช้มีทั้งเว็บไซต์ที่เป็นของต่างประเทศ และของไทยเอง ตัวอย่าง

เว็บไซต์ของต่างประเทศ ได้แก่ http://www.yahoo.com http://www.google.com http://www.infoseek.com http://www.ultraseek.com http://www.lycos.com http://www.excite.com http://www.altavista.digital.com http://www.opentext.com http://www.hotbot.com http://www.webcrawler.com http://www.dejanews.com http://www.elnet.net เป็นต้น สาหรับเวบไซต์ ของไทยได้แก่ http://www.sanook.com http://www.siamguru.com เป็นต้นนอกจากนี้เว็บไซต์งานวิจัยที่น่าสนใจ ได้แก่

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นองค์กรที่ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนากระบวนการส่งเสริมสุขภาพอันนําไปสู่ภาวะสุขภาพที่ยังยืนของประชาชนและสังคมไทย เว็บไซต์คือ http://www.thaihealth.or.th ซึ่งเผยแพร่โครงการและงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ได้รับทุนอุดหนุนจาก สสส. การให้ทุนสนับสนุนโครงการและงานวิจัยต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการสร้าง เสรมสุขภาพที่น่าสนใจต่างๆ

สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นองค์กรกลางเกี่ยวกับการวิจัยของประเทศไทย ในด้านวิทยาศาสตร์โดยแบ่งออกเป็น 6 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ เคมีและเภสัช วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เกษตรศาสตร์และวนศาสตร์ และสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม เว็บไซต์คือ http://www.nrct.net เผยแพร่ข้อมูล ความรู้การวิจัยของประเทศไทย แหล่งรวม งานวิจัยที่ได้รับรางวัล ระเบียบและข้อกําหนดต่างๆ เกี่ยวกับการวิจัย และ การขอทนอุ ดหนุนการวิจัยของ วช. ทั้งนี้ภายในเว็บไซต์ของ วช. ยังมีเวบไชต์ห้องสมุดงานวิจัย สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) คือ http://www.riclib.nrct.go.th เว็บไซต์นี้ได้รวบรวมและเผยแพร่รายงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ของประเทศที่หน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาจัดส่งให้ห้องสมุดงานวิจัย ทั้งแบบรายงานเล่มและวารสาร

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) องค์กรท่ีให้การสนับสนุนงานวิจัย เพื่อให้การบริหารงานวิจัยเป็นไปอย่างคล่องตัว เว็บไซต์คือ http://www.trf.or.th มีการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัยที่ไดร้บทุนบทความทางวิชาการและเวบไซต์ที่เกี่ยวข่องกับหน่วยงานวิจัย และฐานความรการวิจัยต่างๆ

สำนักงานสถิติแห่งชาติองค์กรหลักในการบริหารจัดการด้านสถิติของประเทศ และเป็นศูนย์กลางข้อมูลสถิติที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้ประเทศไทยได้มีข้อมูลสถิติที่มีคุณภาพสําหรับใช้ในการตัดสินใจ

เว็บไซต์ดังกล่าวคือ http://www.nso.go.th ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเชิงสถิติต่างๆ ของประเทศไทย เช่น ข้อมูลการสํามะโน ข้อมูลการสํารวจ ข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องต่างๆ และสาระน่ารู้เกี่ยวกับสถิติและการวิจัย

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTECH) องค์กรที่ทั้งให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในภาครัฐ และดําเนินการวิจัยเอง เพื่อเร่งให้ผลงานวิจัยเกิดผลจริงในภาคอุตสาหกรรมการให้บริการเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์โทรคมนาคมและสารสนเทศเวบไซต์ คือ http://www.nectec.or.th/tindex.html มีการเผยแพร่ความรู้การวิจัยพัฒนาออกแบบและวิศวกรรมการถายเทคโนโลยีการพัฒนาบุคลากรและนโยบายและโครงสรางพื้นฐาน

ฐานข้อมูลการวิจัยด้านแรงงาน กลุ่มงานวิจัยร่วมกับบรรณารักษ์ห้องสมุดหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ไดรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล ด้านแรงงานในเวบไซต์คือ http://research.mol.go.th

ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี (ศสท.) หรือ Technical Information Access Center (TIAC) เป็นหน่วยงานที่ให้บริการสารสนเทศ และแหล่งความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศสท. ได้รวบรวม จัดเก็บ และให้บริการสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีธุรกิจ และอุตสาหกรรม ศสท. ยังมีการเชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลที่ น่าสนใจ อีกหลายเว็บไซต์

ฐานข้อมูลการวิจัยการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นของสํานักงานกรรมการการศึกษาแห่งชาติเว็บไซต์คือ http://www.thaiedresearch.org/result/index.htm ที่ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกั บผลงานวิ จัยประวัติ นักวิจัย บทความวิจัยขาวสารวิจ้ย และข้อคิดเห็นทางด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

วิชาการดอทคอม เว็บไซต์คือ http://www.vcharkarn.com มีการเผยแพร่องค์ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีพลังงาน ศิลปศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆที่น่าสนใจมากมาย

วัดผลจุดคอม เว็บไซต์คือ http://www.watpon.com มีการเผยแพร่ความรู้ทางด้านการวัดและประเมินผล การวิจัยและสถิติศาสตร์รวมทั้งมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องการวิจัยและสถติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกด้วย

 

5 ให้อภิปรายถึงคุณประโยชน์ของการนำเอาโปรแกรม Excels มาใช้ในการจัดเตรียมข้อมูลโดยสังเขป

Excel เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างข้อมูล บันทึก และนำแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขออกมาเป็นแผนภูมิและกราฟ ให้กับวงการธุรกิจ ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขต่างๆ เพื่อดูผลลัพธ์ จะทำให้การทำความเข้าใจและใช้งานได้ง่ายขึ้น งานที่ออกมาก็ดูน่าสนใจ เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมกับงานการคิดคำนวณได้หลากหลาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างมาก เช่น การฝากหรือการถอนเงิน การกู้เงิน การจัดทำบัญชีและงบการเงินการวิเคราะห์ทางการเงิน หรือวิจัยตลาดการคำนวณค่าทางสถิติที่ใช้ทำผลงานทางวิชาการการคำนวณคะแนน ผลการเรียน การแสดงยอดขายในแต่ละปี การเปรียบเทียบยอดขาย  การคำนวณภาษี  งบทางการเงิน เป็นต้น

6. ให้นักศึกษาบรรยายถึงระบบสารสนเทศโดยจำแนกตามระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันว่า มีอยู่กี่ระบบ มีลักษณะเป็นอย่างไร

ระบบสารสนเทศ ก็คือ ระบบของการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล โดยอาศัยบุคคลและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมกับงานหรือภารกิจแต่ละอย่าง

1   ระบบการประมวลผลทางธุรกิจ (Transaction Processing System : TPS) ระบบการประมวลผล เป็นการประมวลผลแบบวันต่อวัน เช่น การรับจ่ายบิล ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบการรับจ่าย สินค้า เป็นต้น ใช้งานในระดับผู้ปฏิบัติการ ระบบนี้ เป็นระบบสารสนเทศลำดับแรกที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ลักษณะเด่นของ TPS
ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สิ่งที่ องค์กรจะได้รับเมื่อใช้ระบบนี้ คือ  ลดจำนวนพนักงาน   องค์กรจะมีการบริการที่สะดวกรวดเร็ว    ลูกค้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

2  ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System : MIS) คือ ระบบที่เกี่ยวข้องกับผู้ บริหารที่ต้องการการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ประโยชน์มากกว่าการ ช่วยงานแบบวันต่อวัน ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่าง ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อขยายขอบเขตความสามารถของธุรกิจ ลักษณะเด่นของ MIS 1  จะสนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลข้อมูลและการจัดเก็บ ข้อมูลรายวัน
2  
จะช่วย ให้ผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง เรียกใช้ ข้อมูลที่เป็นโครงสร้างได้ตามเวลาที่ต้องการ
3
จะมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับความต้องการข้อมูลที่ เปลี่ยนแปลงไปขององค์กร
4
ต้องมีระบบรักษาความลับของข้อมูล และจำกัดการ ใช้งานของบุคคลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น   

3  ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System : DSS) คือระบบที่ทำหน้าที่จัดเตรียม สารสนเทศเพื่อช่วยในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อช่วย ในการตัดสินใจที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า เช่น การตัดสิน ใจเกี่ยวกับการรวมบริษัทและการหาบริษัทร่วม การขยายโรงงาน ผลิตภัณฑ์ใหม่
ลักษณะเด่นของ DSS
1
จะช่วย ผู้บริหารในกระบวนการการตัดสินใจ                                                                                               
2
จะถูกออกแบบมาให้สามารถเรียกใช้ทั้งข้อมูลแบบ กึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้าง                
3
จะต้อง สามารถสนับสนุนผู้ตัดสินใจได้ในทุกระดับ แต่จะเน้น ที่ระดับวางแผนบริหารและวางแผนยุทธศาสตร์                        
4
มีรูปแบบการใช้งานอเนกประสงค์ มีความ สามารถในการจำลองสถานการณ์ และมีเครื่องมือในการ วิเคราะห์สำหรับช่วยเหลือผู้ทำการตัดสินใจ

4  ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System : EIS) คือ EIS ประเภท พิเศษ ที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะช่วย ให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถใช้ระบบ สารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบ สัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกัน ทำให้ผู้ บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
ลักษณะเด่นของ EIS
1
ไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง
2
ระบบสามารถใช้งานได้ง่าย
3
มีความยืดหยุ่นสูง จะต้องสามารถเข้ากันได้กับรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร
4
การใช้งาน ใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม
5
การสนับสนุนการตัดสินใจ ผู้บริหารระดับสูง ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน
6
การสนับสนุนข้อมูล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
7
ผลลัพธ์ที่แสดง ตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย
8
การใช้งานกราฟิกสูง จะใช้รูปแบบการนำเสนอต่าง ๆ
9
ความเร็วในการตอบสนอง จะต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทันทีทันใด

5    ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Artificial Intelligence/Expert System : AI/ES) หมายถึง ระบบที่ทำให้เครื่อง คอมพิวเตอร์กลายเป็นผู้ชำนาญการณ์ในสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยได้รับ ความรู้จากมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์ สามารถวิเคราะห์เหตุผล เพื่อตัดสินใจ ระบบคอมพิวเตอร์นี้ประกอบด้วย ฐานความรู้(Knowledge Base) และกฎข้อวินิจฉัย(Inference Rule) ซึ่งเป็นความ สามารถเฉพาะที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจได้เอง เช่น การวินิจฉัย ความผิดพลาดของรถจักรดีเซลไฟฟ้า โดยใช้คอมพิวเตอร์

ลักษณะเด่นของ AI/ES
1
ป้องกันและรักษาความรู้ซึ่งอาจสูญหายไปขณะทำการเรียกข้อมูลหรือการยกเลิกการใช้ข้อมูล การใช้ข้อมูล ตลอดจนการสูญหาย เนื่องจากขาดการเก็บรักษาความรู้ อย่างเป็นระบบ และเป็นระเบียบ แบบแผน
2
ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System จะจัดเตรียมข้อมูลให้อยู่ในลักษณะที่พร้อมสำหรับนำไปใช้งาน และมักจะถูกพัฒนาให้สามารถตอบสนอง ต่อปัญหาในทันทีที่เกิดความต้องการ
3
การออกแบบระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System มักจะคำนึงถึงการบันทึกความรู้ในแต่ละสาขาให้เพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งจะทำให้ ระบบสามารถปฏิบัติงานแทนผู้เชี่ยวชาญ อย่างมีประสิทธิภาพ
4
ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System จะสามารถตัดสินปัญหาอย่างแน่นอ น เนื่องจากระบบถูกพัฒนาให้สามารถปฏิบัติงานโดยปราศ จากผล กระทบ ทางร่างกายและอารมณ์ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์เช่น ความเครียด ความเจ็บ ป่วย เป็นต้น
5
ระบบผู้เชี่ยวชาญ Expert System เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจ โดยเฉพาะองค์การสมัยใหม่ ( Modern Organization ) ที่ต้องการ สร้าง ความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การวิเคราะห์และวางแผนการตลาด การลดต้นทุน การเพิ่มการผลิตภาพ เป็นต้น

By sarawutlapa

“บ้านนกขมิ้น” บ้านหลังเดียวของฉัน

บทคัดย่อ สรุปเรื่องราว

เด็กเร่ร่อน ที่ไม่ว่าจะถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ไม่มีคนดูแล ถูกทำร้าย หนีออกจากบ้านและติดยาเสพติด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทวีเพิ่มมากขึ้น เด็กๆเหล่านี้มีความบอบช้ำทางร่างกาย แต่ก็ยังไม่เท่ากับความทารุณทางจิตใจ ที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวจากปัญหาเหล่านี้ แต่ก็ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เด็กๆ เหล่านี้จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ ได้รับความรักจากครอบครัวที่อบอุ่น ที่แห่งนั้นคือ “มูลนิธิบ้านนกขมิ้น”

มูลนิธิบ้านนกขมิ้นก่อตั้งขึ้นเมือพ.ศ. 2532 โดยดำเนินการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า และเด็กถูกทอดทิ้งเนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถดูแลได้ บ้านนกขมิ้นจึงเป็นบ้านที่จำลองทุกอย่างให้เหมือนกับบ้านหรือครอบครัวโดยทั่วไปให้มากที่สุด เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนโดยร่วมมือกับโรงเรียน รัฐบาล สนับสนุนให้การฝึกอาชีพตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ อบรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่เด็กและเยาวชน ดำเนินการเพื่อสาธารณ ประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น

มูลนิธิบ้านให้ชีวิตใหม่กับเด็กจนปัจจุบันเด็กได้รับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เช่น จบการศึกษา มีงานทำ ช่วยเหลือตนเอง และบางคนได้มาช่วยเหลือน้องๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นด้วยเป็นการพัฒนาจากจุดเล็กคือครอบครัว และเมื่อเด็กสามารถที่จะอยู่ในสังคมได้ จึงนับว่ามีส่วนช่วยเหลือสังคมในภาพรวม ปัจจุบันมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมีบ้านให้การดูแลเด็กทั้งหมด 15 หลัง มีสวนเกษตรที่จังหวัดสุโขทัย และเรามีเป้าหมายในการขยายโครงการต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันปัญหาเรื่องเด็กเร่ร่อนดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และส่วนทางกับปริมาณของงบประมาณและทรัพยากรในการบริหารจัดการ จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทย ทำให้มูลนิธิฯได้รับการบริจาคที่ลดลง แต่ราคาอาหารและค่าครองชีพกลับสูงขึ้น ส่งผลให้มูลนิธิฯขาดแคลนงบประมาณที่เพียงพอในการจัดสรรค่าอาหารให้กับเด็กๆ อีกทั้งยังไม่สามารถช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้งในประเทศไทยเพิ่ม แล้วชีวิตของเด็กเร่ร่อนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร หากวันนี้ยังไม่มีเงินบริจาคจากผู้ใจบุญ หรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ความฝันของเด็กน้อยก็คงจะมอดดับไปพร้อมกับปัญหาที่จะยังอยู่ต่อไป

เหตุผลประกอบในการเสนอเรื่องราว

เด็กเร่ร่อน ปัญหาที่ดูคล้ายจะไกลตัวแต่แท้ที่จริงเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นใครในชุมชน ในสังคม ต่างก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ป้องกันการเร่รอนของเด็ก หรือจะกลายเป็นผู้ผลักดันผลักไสเด็กให้ออกมาสู่ถนนเพื่อเป็นเด็กเร่ร่อน หากช่วยเหลือพวกเขาได้แม้เพียงนิดก็จะเป็นการช่วยเด็กคนหนึ่งให้รอดจากการตกเป็นเหยื่อของสังคม ในขณะนี้ก็มีเพียงมูลนิธิหรือองค์กรพัฒนาทั้งเอกชนและของรัฐเท่านั้น ที่ค่อยช่วยเหลือเด็กและดูแลเรื่องนี้โดยตรง และในฐานะนักศึกษาสื่อสารมวล สิ่งที่พอจะทำได้ดีที่สุดคือ เป็นกระบอกเสียงบอกต่อสภาพความเป็นจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเพื่อให้ ประชาชนได้ตระหนักและหันมามองปัญหานี้อย่างจริงจัง จึงเกิดผลงานชิ้นนี้ขึ้น

การตั้งชื่อเรื่องที่จะทำ

“บ้านนกขมิ้น” บ้านหลังน้อยของเด็กเร่ร่อน มาจากความรู้สึกของเด็กในบ้านหลังนี้ ที่พวกเขารู้สึกว่าที่นี้คือ บ้าน ของพวกเขาอย่างแท้จริง สำหรับพวกเขาแล้วจะมีซักกี่ที่ ที่พวกเขาจาสามารถเรียกว่าบ้านได้เต็มปาก จึงอยากจะสื่อว่าให้เห็นว่า บ้านนกขมิ้นแห่งนี้ เป็นบ้านของเด็กเร่ร่อนที่สร้างมาเพื่อพวกเขาจริงๆ

วัตถุประสงค์ในการเสนอผลงาน

1. สร้างความเข้าใจและให้ความรู้เกี่ยวกับ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ให้กับสังคม

2. สร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในมูลนิธินกขมิ้น และสถานการณ์ปัญหาในองค์กรช่วยเหลือเด็กทั่วปะเทศ ให้กับสังคม

ประเด็นหลัก

1. ทำความรู้จักกับ “บ้านนกขมิ้น”

2. ปัญหาที่เกิดขึ้นกับมูลนิธินกขมิ้นและองค์กรช่วยเหลือเด็กทั่วประเทศคือ ปัญหาขาดงบประมาณในการดูแลเด็ก

 ประเด็นเสริม หรือ ประเด็นที่มาสนับสนุนเรื่อง

1. ชีวิตของครู หรือ อาสาสมัครในบ้านนกขมิ้น

2. ทางออกของปัญหาเรื่องงบประมาณขาดแคลนที่เกิดขึ้นในบ้านนกขมิ้น

คุณค่าของผลงานต่อสังคม

เด็กเหล่านี้มีต้นทุนชีวิตที่ติดลบ หน้าที่ของเราทุกคนก็คือการทำให้เขามีต้นทุนชีวิตเหมือนกับเด็กทั่วไป เพราะเด็กกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกว่าประเทศจะพัฒนาไปทางไหน เด็กเหล่านี้ถ้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการพัฒนาที่ดี เขาก็จะเป็นทรัพยากรผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางสังคมที่ดีด้วย และที่สำคัญผมคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กเร่ร่อน เด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กที่ถูกทอดทิ้ง ฯลฯ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและเข้าถึงได้ยาก ซึ่งหน้าที่ขององค์กรพัฒนาเอกชนก็คือการดูแลเด็กกลุ่มนี้ให้ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกับเด็กกลุ่มอื่นในสังคมเพราะเขาเป็นทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ถ้าองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำหน้าที่เหล่านี้อยู่ไม่ได้และจำเป็นต้องยุติโครงการไป แล้วเด็กกลุ่มนี้จะไปอยู่ที่ไหน ดังนั้น งานชิ้นนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ โดยการเป็นกระสะท้อนมุมเล็กๆในสังคม เพื่อให้ประชาชนมองเห็นได้ชัดขึ้นและตระหนักถึงปัญหา จนนำมาซึ่งการแก้ไขในอนาคต อีกทั้งยังเป็นเสมือนกำลังใจสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหรือแม้แต่ตัวเด็กเองว่า สังคมไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา ให้พวกเขามีพลังในการทำงานและดำเนินชีวิตด้วยความหวังต่อไป

กำหนดแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนวคำถามสัมภาษณ์แหล่งข่าวทุกคน

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง

1. ผู้อำนวยการมูลนิธิ บ้านนกขมิ้น

– เด็กที่บ้านนกขมิ้นเป็นเด็กที่มาจากที่ใดบ้าง และมีลักษณะอย่างไร?

– มีแนวทางดำเนินงาน / กิจกรรมในบ้านอย่างไรบ้าง?

– หลังจากที่เด็กได้เข้ามารับการดูแลจากบ้านนกขมิ้นเป็นอย่างไร?

– ค่าใช้จ่ายในบ้านมีอะไรบ้าง?

– มีปัญหาอะไรบ้างในการดำเนินงาน?

2. ครูที่ดูแลเด็กในบ้านนกขมิ้น

– ทำไมถึงเลือกที่จะมาทำงานตรงนี้?

– การดูแลเด็กที่นี่มีปัญหาอะไรบ้าง?

– คุณครูได้อะไรจากการมาทำงานตรงนี้?

3. นางสาวทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว) นักวิจัยโครงการ ถอดบทเรียนบ้านแรกรับและบ้านพัฒนาสำหรับเด็กเร่ร่อน

– “บ้าน” ซึ่งทำหน้าที่ในการดูแลเด็กเร่ร่อนทั่วประเทศในขณะนี้มีกี่ประเภท?

– “บ้าน” ที่ดูแลเด็กเร่ร่อนทั่วประเทศแบ่งเป็นของภาครัฐกี่แห่งและขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) กี่แห่ง?

– “บ้าน” แต่ละแห่งใช้งบประมาณในการดำเนินงานเดือนละเท่าไหร่?

– เพราะเหตุใดรัฐจึงต้องเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนในการดูแลเด็กเร่ร่อน?

– การขอรับความสนับสนุนด้านงบประมาณจากภาครัฐ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

4. เด็กเร่ร่อนที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิ บ้านนกขมิ้น

– เข้ามาที่บ้านนกขมิ้นได้ยังไง?

– มาครั้งแรกรู้สึกอย่างไร?

– อยู่ที่นี้ เราทำอะไร?

– ที่นี้ให้อะไรกับตัวน้องบ้าง?

– โตขึ้นอยากเป็นอะไร?

อธิบายลักษณะของคำถามที่ใช้

คำถามปลายเปิด คือเป็นคำถามที่ผู้ตอบ ตอบได้อย่างอิสระ ไม่กำหนดคำตอบตายตัว คือเปิดโอกาสให้ผู้ถูกถามได้อธิบาย หรือพูดถึงแนวความคิดของตัวเองได้อย่างอิสระ

คำถามหยั่ง คือคำถามที่หยั่งลึกลงไป เพื่อหยั่งหาเหตุผล ของผู้ถูกถาม

การใช้ภาษาในการถาม ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของแหล่งข่าวว่าอยู่ในลักษณะใด ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิใด และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อาจจะกระทบกับความรู้สึกได้ง่าย ก็ต้องระมัดระวังภาษาในการถาม

ข้อมูลประกอบอื่น ๆ และเบื้องหลังการผลิตผลงาน

http://www.baannokkamin.net/36483585363736563618362335853633361036103657363436093609358535863617363636573609.html

http://sharingsociety.org/autopagev4/show_page.php?topic_id=135&auto_id=5&TopicPk=126

http://ppvoice2009.thainhf.org/index.php?module=article&show=detail&id=1130

http://thipnipaja.blogspot.com/2012/06/blog-post.html

http://tvthainetwork.com/2010/board/index.php?topic=3075.0

http://www.dailynews.co.th/thailand/18492

เบื้องหลังการผลิตผลงาน

ที่มาภาพ : http://www.notebook4game.com/web/wp-content/uploads/2011/09/IMG_1850.jpg

By sarawutlapa

การปฏิวัติ รันเวย์ของ ดิออร์

ดีไซเนอร์คนใหม่ของดิออร์คนนี้ ถ้าไม่นับตัวเมอซิเออร์ ดิออร์เอง นี้ก็เป็นดีไซด์เนอร์คนที่ห้าของดิออร์ และก็เป็นดีไซเนอร์ที่นำพาความแปลกใหม่มาสู่ดิออร์ ในอีกมิติหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ใหม่จนไปไหนก็ไม่รู้ แต่ยังคงอิงอยู่กับประวัติศาสตร์ดิออร์ แต่เขาได้พาดิออร์ก้าวไปสู่อีกมิติหนึ่ง  ที่ดิออร์ยังไม่เคยไปมาก่อน คือมิติแห่งความเป็นโมเดิลและเรียบสะอาด ง่าย สวยงาม และในมุมมองของคนที่เรียนออกแบบผลิตภัณฑ์มาก่อน และเป็นคนที่มาจากเสื้อผ้าผู้ชาย ซึ่งหลายๆ คนคงจะเห็นผลงานของเขาไปแล้วนั้นก็คือ ราฟ ซีมงส์

ราฟ ซีมงส์ เป็นดีไซเนอร์ชาวเบลเยี่ยม ซึ่งเคยเป็น ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ จิล แซนเดอร์ มาก่อน และผู้คนก็ชื่นชอบแบรนด์ จิลแซนเดอร์ มาตั้งแต่ปี 2005 ที่เขาก้าวเข้ามาเป็นเฮด แต่เมื่อเขามาถึงดิออร์หลังได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง วันนี้ 2 กรกฎาที่ผ่านมานี้เช่นกัน เขาต้องเปิดตัว คอลเล็คชั่นแรกของเขากับดิออร์ ซึ่งคอลเล็คชั่นแรกของเขาก็สุดแสนจะเป็นคอลเล็คชั่นปราบเซียน นั้นคือ คอลเล็คชั่น โอต์ กูตูร์ ทุกคนก็ตั้งตารอว่า โอต์ กูตูร์ ของเขาจะหน้าตาออกมาเป็นยังงัย และโดยเฉพาะ ดิออร์มาจากฝีมือของ จอห์น กาลิอาโน่ ผู้ซึ่งเยอะไปเสียทุกสิ่งอย่าง

เมื่อถึงเวลาเริ่มโชว์ แรกๆที่เสื้อผ้าถูกนำเสนอบนร่างนางแบบออกมา คนจะรู้สึกว่า “นี้เรอ โอต์ กูตูร์ มีแค่นี้เรอ เรียบไปหรือป่าว” แต่นี้คือการวางโชว์ของเขาที่ชาญฉลาดมาก คือเริ่มต้นด้วยสีเข้มๆ และค่อยๆ ปล่อยออกมา หรือที่เรียกได้ว่า ค่อยๆปล่อยของออกมา เสื้อผ้ามีความละเอียดอ่อนขึ้น วิจิตรตระการตาขึ้น จากที่ราฟ ซีมงส์ เคยทำเสื้อผู้ชายมาก่อน ในเรื่องแพทเทิน ในเรื่องโครงเสื้อจะเนียบมาก และทุกสัดส่วนของเสื้อลงตัวอย่างพอดับพอดี และเขาได้ไปหยิบยกเอาการปฏิวัติของดิออร์เมื่อดิออร์เปิดแบรนด์ใหม่ๆ ในปี 1947 ในยุคนั้นดิออร์สร้างนิวลุคขึ้นมา ทำเสื้อที่เข้ารูปเอวคอดกิ่ว และมีกระโปรงที่บานออกไปเป็นวงกลม ในขณะที่เขาเอาประวัติศาสตร์กลับมา เขาก็ได้ใส่ความเป็นโมเดินลงไป เพื่อที่อยู่ได้กับโลกยุคปัจจุบันนี้

เราจะเห็นบางชุดที่เป็นผ้าซีทรู แล้วมองเห็นหน้าอกของนางแบบ นักวิจารณ์บางคนบอกว่า “จะโชว์หน้าอกทำไม เก็บไปซะ นี้คือเสื้อผ้าชั้นสูงนะ” แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าเขาต้องการบอกสิ่งอื่น  เขาต้องการพูดถึงโคร่งสร้าง “นี่คือเรื่องโคร่งสร้าง โคร่งสร้างของผู้หญิงเป็นแบบนี้นะ และนี่คือโคร่งสร้างเสื้อซึ่งมันมาด้วยกันนะ” แต่เมื่อมาใช้ในชีวิตจริง เมื่อมีคนซื้อเครสตัวนั้นมาใส่ ไม่มีใครใส่แบบนั้นแน่นอน เพราะเดรสบนรันเวย์กับเดรสบนชีวิตจริง เขาจะทำออกมาคนละอย่างกัน บางทีถึงกับใช้วัสดุคนละอย่างกัน บางทีบนรันเวย์ก็ต้องการเอฟเฟคอีกแบบหนึ่ง

 

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร แต่สำหรับผม คริสเตียนดิออร์ ได้เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

 

ภาพจาก : http://www.zimbio.com/pictures/9QrpvLuWhpL/Christian+Dior+Runway+Paris+Fashion+Week+Haute

 

 

 

By sarawutlapa